ช่วงนี้มีคนไข้หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดคอร้าวลงแขน ชาที่ปลายนิ้ว จนแทบจะหยิบจับอะไรไม่ได้ บางคนนอนไม่หลับมาเป็นเดือนเพราะหาท่านอนที่สบายไม่ได้เลย พอตรวจดูฟิล์มเอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไออย่างละเอียด ก็พบว่าหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมและกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง ซึ่งในกรณีที่อาการหนักจนการทำกายภาพบำบัดหรือการกินยาไม่ได้ผล การรักษาด้วยการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนคอจึงกลายเป็นทางเลือกที่จำเป็นเพื่อให้เส้นประสาทกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง
คอของเราเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องผ่าตัดใหญ่ขนาดนี้?
ลองนึกภาพกระดูกคอของเราที่เป็นปล้องๆ เรียงต่อกัน โดยมีหมอนรองกระดูกคอยทำหน้าที่เป็นโช้คอัพรับแรงกระแทกและช่วยให้เราก้มเงยเอี้ยวคอได้สะดวก แต่พออายุมากขึ้น หรือจากการใช้งานที่หนักหน่วง หมอนรองกระดูกเหล่านี้เริ่มเสื่อมสภาพ แบนแฟบลง หรือมีกระดูกงอกขึ้นมาเบียดทับเส้นประสาทที่วิ่งผ่านบริเวณนั้น เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับนานวันเข้า มันส่งสัญญาณเตือนเป็นอาการปวด ชา อ่อนแรง และถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา เนื้อเยื่อประสาทอาจเสียหายถาวรจนไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้
การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนคอคืออะไรและทำอย่างไร?
หลายคนพอได้ยินคำว่าผ่าตัดคอก็รู้สึกกลัวจนตัวสั่น กลัวจะเป็นอัมพาต แต่จริงๆ แล้วแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านทางด้านหน้าของลำคอ ซึ่งเป็นบริเวณที่เข้าถึงกระดูกสันหลังได้ง่ายและปลอดภัยกว่า ขั้นแรกแพทย์จะเอาหมอนรองกระดูกที่เสื่อมและกดทับเส้นประสาทออกไปจนหมด ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นโล่งและเส้นประสาทเป็นอิสระ จากนั้นจะนำกระดูกเทียมหรือวัสดุสังเคราะห์ใส่เข้าไปแทนที่ตำแหน่งเดิม พร้อมกับใส่แผ่นโลหะและสกรูขนาดเล็กยึดไว้ เพื่อรอให้กระดูกสมานติดกันเป็นเนื้อเดียวในอนาคต
ช่วงวันแรกๆ หลังผ่าตัด: ต้องเจออะไรบ้างและพักฟื้นอย่างไร?
หลังฟื้นจากห้องผ่าตัด คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บระคายคอจากการใส่ท่อช่วยหายใจในช่วงแรก และอาจมีเสียงแหบเล็กน้อยซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นเองในไม่กี่วัน แพทย์จะให้ใส่ปลอกคอชนิดแข็งเพื่อช่วยพยุงไม่ให้คอขยับเขยื้อนมากเกินไปในช่วงที่กระดูกยังใหม่ ช่วงนี้สิ่งสำคัญคือการนอนหนุนหมอนในระดับที่พอดี ไม่เกร็งคอ และลุกนั่งด้วยความระมัดระวังตามที่นักกายภาพบำบัดสอน
กลับบ้านไปดูแลตัวเองอย่างไรให้แผลหายไวและกระดูกติดดี?
การดูแลตัวเองที่บ้านหลังจากการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนคอเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง มีข้อปฏิบัติหลักๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจดังนี้
- ใส่ปลอกคอต่อเนื่อง: แพทย์มักจะให้ใส่ปลอกคอตลอดเวลาช่วงสัปดาห์แรกๆ เพื่อป้องกันการสะบัดหรือหันคอแรงโดยไม่รู้ตัว
- งดกิจกรรมหนักทุกชนิด: ห้ามยกของหนัก ดึง หรือดันของเด็ดขาด รวมถึงหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงอย่างน้อยสามถึงหุกเดือน
- ปรับท่านั่งและท่านอน: หลีกเลี่ยงการก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานานๆ พยายามจัดหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาเสมอ
- กินยาและมาตามนัด: กินยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และมาตรวจติดตามอาการตามนัดเพื่อเอกซเรย์ดูการสมานของกระดูก
อาการแบบไหนหลังผ่าตัด ที่ต้องรีบกลับมาหาหมอทันที?
แม้ว่าโดยทั่วไปแผลผ่าตัดจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ แต่ถ้าหากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ห้ามรอจนถึงวันนัดเด็ดขาด ให้รีบมาพบแพทย์ทันที
- แผลผ่าตัดมีอาการบวมแดงร้อน หรือมีหนองไหลออกมา
- มีไข้สูงหนาวสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อาการชาที่แขนหรือขาแย่ลงกว่าเดิม หรือมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วย
- มีอาการปวดคออย่างรุนแรงจนกินยาแล้วไม่ทุเลา
ท้ายที่สุดแล้ว แม้การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังจะทำให้ช่วงการเคลื่อนไหวของคอบางมุมลดลงไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการพ้นจากความทรมานของอาการปวดเรื้อรังและภัยจากภาวะเส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดีและรอยยิ้มกลับมาให้คนไข้ได้อีกครั้ง