ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่พากันไปโรงพยาบาล ไม่ว่าจะด้วยอาการไข้หวัด อ่อนเพลีย หรือเจ็บป่วยใดๆ สิ่งแรกๆ ที่พยาบาลมักจะทำหลังจากวัดความดันโลหิตก็คือ การนำอุปกรณ์ตัวหนีบเล็กๆ มาหนีบไว้ที่ปลายนิ้วของเรา รอเพียงไม่กี่วินาทีก็จะมีตัวเลขแสดงขึ้นมาบนหน้าจอเครื่องมือชิ้นนี้

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพนี้ดี แต่อาจยังไม่ทราบว่า ตัวหนีบเล็กๆ นี้กำลังทำหน้าที่สำคัญในการประเมินสัญญาณชีพที่ช่วยให้หมอวิเคราะห์สภาพร่างกายของคุณได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งกระบวนการนี้ทางการแพทย์เรียกว่า การตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด นั่นเอง

ตัวหนีบสีแดงที่ปลายนิ้วเวลาไปโรงพยาบาล มีไว้ทำไมกันนะ?

เจ้าเครื่องมือหนีบปลายนิ้วที่หลายคนคุ้นตา มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดปลายนิ้ว (Pulse Oximeter) หน้าที่ของมันคือการตรวจวัดปริมาณออกซิเจนที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเรา โดยใช้วิธีการปล่อยลำแสงสีแดงและแสงอินฟราเรดผ่านผิวหนังและเล็บลงไปเพื่อตรวจจับการดูดซับแสงของเม็ดเลือดแดง

ร่างกายของเราต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ตลอดเวลา เมื่อเราหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ปอด ออกซิเจนจะถูกจับคู่เข้ากับเม็ดเลือดแดงเพื่อเดินทางไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อทุกส่วน การตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด จึงเปรียบเสมือนการตรวจเช็กว่า ระบบขนส่งในร่างกายของเรากำลังทำงานได้ดีและมีออกซิเจนเพียงพอที่จะไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ หรือไม่

ทำความเข้าใจเรื่องออกซิเจนในเลือด ทำไมร่างกายถึงขาดไม่ได้

เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น ลองจินตนาการว่าเม็ดเลือดแดงในร่างกายของเราเป็นเหมือนรถบรรทุกขนาดเล็กที่วิ่งอยู่ในกระแสเลือด และออกซิเจนก็คือสินค้าที่ต้องนำไปส่งตามบ้านเรือนต่างๆ ในสภาวะที่ร่างกายแข็งแรงดี รถบรรทุกเกือบทุกคันจะขนส่งสินค้าจนเต็มคันรถ ซึ่งหมายความว่าเม็ดเลือดแดงมีความอิ่มตัวของออกซิเจนสูง

แต่หากระบบทางเดินหายใจมีปัญหา เช่น มีอาการปอดอักเสบ หอบหืด หรือถุงลมโป่งพอง รถบรรทุกเหล่านี้ก็อาจจะไม่มีสินค้ามาเติม ทำให้ปริมาณออกซิเจนที่เดินทางไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว การตรวจหาค่านี้จึงช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินความรุนแรงของโรคระบบทางเดินหายใจได้อย่างทันท่วงที โดยที่คนไข้ไม่ต้องเจ็บตัวจากการเจาะเลือดแดงไปตรวจ

ตัวเลขบนหน้าจอ บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของเราบ้าง

เมื่อเครื่องวัดปลายนิ้วทำงานเสร็จสิ้น เราจะเห็นตัวเลขแสดงผลขึ้นมาสองค่าหลักๆ เสมอ ซึ่งเราสามารถหัดอ่านและทำความเข้าใจด้วยตัวเองได้ไม่ยาก

ค่าออกซิเจนเท่าไหร่ที่เรียกว่าปกติ และเมื่อไหร่ที่ต้องระวัง

  • 95% ถึง 100% คือระดับปกติและปลอดภัยดี: หมายความว่าเม็ดเลือดแดงของคุณสามารถจับออกซิเจนและนำพาไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ
  • 91% ถึง 94% เริ่มเป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวัง: ในกลุ่มนี้ ร่างกายอาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง เช่น รู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นเล็กน้อย หรืออาจพบในผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอด ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและปรึกษาแพทย์
  • 90% หรือต่ำกว่านั้น ถือเป็นภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ: ถือเป็นสถานการณ์เร่งด่วนที่สมองและหัวใจอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที

นอกจากค่าเปอร์เซ็นต์ออกซิเจนแล้ว บนเครื่องมักจะมีตัวเลขอีกชุดหนึ่งที่แสดงอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ควบคู่ไปด้วย ซึ่งช่วยให้หมอประเมินการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตในภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น

ปัจจัยใกล้ตัวที่อาจทำให้ค่าออกซิเจนคลาดเคลื่อนโดยไม่รู้ตัว

บางครั้งเมื่อหนีบเครื่องวัดที่ปลายนิ้วแล้วพบว่าค่าที่อ่านได้ต่ำกว่าปกติ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจไป เพราะมีหลายปัจจัยรอบตัวที่อาจทำให้การสะท้อนแสงของเครื่องผิดเพี้ยนไปได้ เช่น

  • การทาเล็บหรือต่อเล็บเจล: สีทาเล็บที่เข้มหนา โดยเฉพาะสีโทนดำ น้ำเงิน หรือแดง จะบล็อกแสงจากเครื่องวัดไม่ให้ผ่านทะลุไปยังเส้นเลือดฝอยได้สะดวก ส่งผลให้ค่าที่อ่านได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
  • มือเย็นจัดหรือการไหลเวียนเลือดไม่ดี: หากคุณเพิ่งเดินเข้ามาในห้องแอร์เย็นๆ หรือมีอาการมือเย็น เส้นเลือดที่ปลายนิ้วจะหดตัว ทำให้เครื่องตรวจจับปริมาณเลือดได้ยาก แนะนำให้อบอุ่นมือด้วยการถูมือไปมาสักครู่ก่อนเริ่มวัดใหม่
  • การขยับนิ้วมือขณะวัด: การสั่นสะเทือนหรือการขยับนิ้วขณะที่เครื่องกำลังประมวลผล จะทำให้เซ็นเซอร์อ่านค่าคลาดเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้นในขณะวัดควรนั่งพักนิ่งๆ วางมือบนตักหรือโต๊ะในท่าที่สบาย

การหมั่นสังเกตและตรวจเช็กสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี และเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วก็เป็นอุปกรณ์ติดบ้านที่มีประโยชน์อย่างมาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสังเกตร่างกายควบคู่ไปด้วย หากตัวเลขบนหน้าจอดูปกติ แต่คุณกลับมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวก หรือแน่นหน้าอก นั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังต้องการการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down