ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: เมื่อเด็กโตกลับไปทำตัวเหมือนเบบี๋

คุณแม่ท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด พลางเล่าให้ฟังว่า ลูกชายวัยเจ็ดขวบที่เคยร่าเริงและช่วยเหลือตัวเองได้ดี จู่ๆ ก็กลับมาปัสสาวะรดที่นอนบ่อยครั้ง พูดจาเลียนเสียงเด็กทารก และไม่ยอมออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนข้างบ้านเหมือนเคย เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนคนเดียว พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปราวกับย้อนเวลากลับเป็นเด็กเล็กเช่นนี้ สร้างความสับสนและตระหนกให้กับครอบครัวไม่น้อย

ในมุมมองของแพทย์ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เด็กแกล้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นสัญญาณเตือนทางอารมณ์ที่บอกว่าลูกกำลังเผชิญกับพายุความเครียดที่ยากจะรับมือเพียงลำพัง

ทำความเข้าใจเมื่อลูกย้อนวัยและไม่ยอมเข้าสังคม

เมื่อเด็กๆ เผชิญกับความเครียดที่เกินจะรับไหว กลไกการป้องกันตัวเองทางจิตวิทยาอาจทำงานในรูปแบบของการแยกตัวจากสังคมและพฤติกรรมถดถอยลงไปสู่ช่วงวัยที่พวกเขาเคยรู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พฤติกรรมนี้ทางการแพทย์เรียกว่า Regression หรือการมีพฤติกรรมถดถอย ควบคู่ไปกับการปลีกตัวออกจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

สัญญาณเตือนพฤติกรรมถดถอยที่พบได้บ่อย

  • พฤติกรรมทางกายย้อนกลับไปเป็นเด็กเล็ก: เช่น การกลับมาดูดนิ้ว ปัสสาวะรดที่นอน หรือปฏิเสธการทานอาหารด้วยตัวเอง ทั้งที่เคยทำได้ดีแล้ว
  • การสื่อสารเปลี่ยนไป: เช่น ใช้เสียงเด็กทารก (Baby talk) หรือไม่ยอมพูดสื่อสารเป็นประโยคยาวๆ
  • ความยึดติดเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ: ติดพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูแจ ร้องไห้โยเยรุนแรงเมื่อต้องแยกจากกันแม้เพียงชั่วครู่

สัญญาณการแยกตัวจากสังคม

  • หลีกเลี่ยงการสบตา ไม่พูดคุยกับสมาชิกในบ้านหรือบุคคลคุ้นเคย
  • ปฏิเสธการไปโรงเรียน หรือไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน
  • ใช้เวลาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นเวลานานผิดปกติ

สาเหตุเบื้องหลังพายุอารมณ์ที่ทำให้ลูกเปลี่ยนไป

การที่เด็กคนหนึ่งจะเลือกใช้วิธีหลบเลี่ยงจากโลกภายนอกและถอยพฤติกรรมกลับไปเป็นเด็กเล็ก มักมีตัวกระตุ้นทางจิตใจที่สำคัญ ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครอบครัว: เช่น การมีน้องใหม่ การหย่าร้างของพ่อแม่ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือแม้แต่การย้ายบ้านและย้ายโรงเรียน
  • ปัญหาที่โรงเรียน: การถูกกลั่นแกล้งหรือรังแก (Bullying) ความกดดันด้านการเรียน หรือการไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมชั้นได้
  • ภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้าในเด็ก: บางครั้งความกดดันสะสมอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งบ่อยครั้งแสดงออกผ่านพฤติกรรมทางกายแทนการบอกเล่าความรู้สึก

แนวทางโอบอุ้มและเยียวยาจิตใจลูกรักด้วยความเข้าใจ

เมื่อเข้าใจแล้วว่านี่คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ วิธีการรับมือที่ดีที่สุดไม่ใช่การดุว่าหรือบังคับ แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกรู้สึกมั่นคงอีกครั้ง

  • หลีกเลี่ยงการลงโทษหรือล้อเลียน: การดุว่าเมื่อลูกปัสสาวะรดที่นอน หรือการล้อเลียนเรื่องพูดเสียงเด็ก จะยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลและทำให้พฤติกรรมนั้นรุนแรงขึ้น ควรแสดงความเข้าใจและช่วยกันทำความสะอาดอย่างเงียบสงบ
  • สร้างเวลาคุณภาพและสัมผัสที่อบอุ่น: การกอด การลูบหลัง หรือการใช้เวลาเล่นร่วมกับลูกโดยไม่มีสิ่งรบกวน จะช่วยเติมเต็มความรู้สึกปลอดภัยและลดความต้องการในการแสดงพฤติกรรมถดถอย
  • เปิดโอกาสให้ลูกระบายความรู้สึก: ใช้การวาดภาพ เล่านิทาน หรือการเล่นบทบาทสมมติเพื่อช่วยให้ลูกได้ถ่ายทอดความอึดอัดใจออกมาเป็นคำพูด
  • รักษากิจวัตรประจำวันให้สม่ำเสมอ: ความสม่ำเสมอของเวลาตื่นนอน ทานอาหาร และเข้านอน จะช่วยให้เด็กรู้สึกว่าชีวิตยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมและคาดเดาได้ ซึ่งช่วยลดความวิตกกังวลได้อย่างดี

เมื่อไหร่ที่ควรจับมือลูกไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แม้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้บางครั้งอาจเกิดขึ้นชั่วคราวและค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตพบว่าอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นภายในสองถึงสามสัปดาห์ พฤติกรรมถดถอยเริ่มส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ หรือลูกแสดงความกังวลอย่างรุนแรงจนไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ การพาลูกไปพบกุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อร่วมกันวางแผนช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

พฤติกรรมถดถอยและการแยกตัวไม่ใช่ความล้มเหลวในการเลี้ยงดู และไม่ใช่ความผิดของตัวเด็กเอง แต่เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่พ่อแม่จะได้เข้าไปทำความเข้าใจโลกใบเล็กๆ ของลูก และช่วยจับมือเขาก้าวข้ามผ่านอุปสรรคทางอารมณ์นี้ไปด้วยความรักที่มั่นคง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down