เวลาที่ท้องเสียจนร่างกายอ่อนเพลีย สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นเกลือแร่ซองๆ ที่ชงดื่มแก้เพลีย แต่เชื่อไหมว่า ในห้องตรวจของคลินิก หมอยังคงเจอคนไข้หลายคนที่เข้าใจวิธีชงและวิธีดื่มผิดวิธี บางคนเอาเกลือแร่สำหรับนักกีฬามาดื่มแทน หรือบางคนก็ชงเข้มข้นจนเกินไปเพราะคิดว่าจะหายไวขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายแย่ลงกว่าเดิมได้ วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังถึง แนวทางการให้สารละลายเกลือแร่โอ อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนนำไปใช้ดูแลตัวเองและคนในครอบครัวได้อย่างมั่นใจครับ
เกลือแร่โออาร์เอสกับเกลือแร่ออกกำลังกาย ต่างกันอย่างไรทำไมแทนกันไม่ได้?
นี่คือความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งที่หมอต้องเจอเกือบทุกวัน เกลือแร่ซองที่เราซื้อตามร้านขายยาที่เขียนว่า Oral Rehydration Salts หรือโออาร์เอส ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง โดยสัดส่วนของน้ำตาลและเกลือแร่ข้างในจะถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อให้ลำไส้ดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายได้เร็วที่สุด
ในขณะที่เกลือแร่สำหรับคนออกกำลังกายทั่วไปจะมีปริมาณน้ำตาลสูงมาก และมีโซเดียมต่ำกว่า หากเราท้องเสียแล้วเผลอเอาเกลือแร่ออกกำลังกายมาชงดื่ม น้ำตาลที่สูงเกินไปจะดึงน้ำจากร่างกายเข้าไปในลำไส้เพิ่มขึ้น ผลลัพธ์ก็คืออาการท้องเสียจะยิ่งแย่ลงและถ่ายเหลวมากกว่าเดิม ดังนั้น จำไว้ว่าถ้าป่วย ท้องเสีย หรืออาเจียน ต้องเลือกซองที่ระบุว่าเป็นโออาร์เอสเท่านั้น
วิธีชงเกลือแร่ให้ถูกต้องตามสัดส่วน ห้ามกะปริมาณด้วยตาเด็ดขาด
ปัญหาต่อมาที่พบบ่อยคือเรื่องของการชง หลายคนชอบฉีกซองเทใส่แก้วแล้วกะปริมาณน้ำเอาเอง บางคนใส่ค่าน้อยเพราะไม่อยากให้เค็ม บางคนใส่มากเพราะกลัวไม่อร่อย ซึ่งการชงผิดสัดส่วนทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาลดลงทันที
แนวทางการให้สารละลายเกลือแร่โอ ที่ถูกต้องที่สุดคือการอ่านฉลากข้างซองอย่างละเอียด โดยส่วนใหญ่ผงเกลือแร่หนึ่งซองจะต้องละลายกับน้ำสะอาดตามปริมาตรที่กำหนดไว้เป๊ะๆ เช่น น้ำสะอาดหนึ่งแก้วหรือปริมาตรตามที่ระบุไว้ข้างซอง ห้ามใช้เครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำอัดลม ชา หรือน้ำผลไม้มาผสมแทนน้ำเปล่าเด็ดขาด และที่สำคัญคือต้องคนให้ผงยาละลายจนหมดสนิทเป็นเนื้อเดียวกันก่อนนำมาดื่ม
จิบช้าๆ ทีละน้อย ดีกว่าดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
เวลาที่ร่างกายขาดน้ำ เรามักจะกระหายและอยากยกดื่มรวดเดียวหมดแก้วใหญ่ๆ แต่สำหรับคนที่มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย การดื่มน้ำเข้าไปตูมเดียวจะไปกระตุ้นกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการอาเจียนพุ่งออกมาได้อีกรอบ
วิธีที่หมอแนะนำคือ ให้ใช้วิธีจิบสารละลายเกลือแร่ช้าๆ สม่ำเสมอทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เช่น จิบทุกๆ ห้าถึงสิบนาทีปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ ดูดซึมน้ำเข้าไปทีละนิด วิธีนี้จะช่วยลดอาการคลื่นไส้และช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการซดทีเดียวหมดแก้ว
ข้อควรระวังสำคัญสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และโรคประจำตัว
การให้เกลือแร่ในกลุ่มคนไข้พิเศษต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ สำหรับเด็กเล็ก การเลือกใช้เกลือแร่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างใกล้ชิด เพราะสัดส่วนเกลือแร่ที่เข้มข้นเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อไตของเด็กได้
ส่วนในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง การรับโซเดียมเข้าไปในปริมาณมากๆ อาจส่งผลกระทบต่ออาการของโรคที่เป็นอยู่ หากมีอาการท้องเสียในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
อาการแบบไหนที่กินเกลือแร่แล้วไม่ดีขึ้น และควรไปหาหมอทันที
แม้ว่าการดื่มโออาร์เอสจะช่วยแก้ปัญหาการขาดน้ำเบื้องต้นได้ดี แต่บางครั้งอาการท้องเสียก็อาจรุนแรงเกินกว่าจะรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วพบว่ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
- อาเจียนหรือถ่ายท้องตลอดเวลาจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือเกลือแร่เก็บไว้ในท้องได้เลย
- มีไข้สูงร่วมด้วย หรือมีมูกเลือดปนมากับอุจจาระ
- รู้สึกอ่อนเพลียมาก เวียนศีรษะเวลาลุกยืน ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะออกน้อยมากหรือเป็นสีเข้มจัด
- อาการไม่ดีขึ้นหลังจากจิบเกลือแร่และดูแลตัวเองมาแล้วเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง
การเข้าใจวิธีใช้เกลือแร่ที่ถูกต้องจะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาที่ป่วยไข้ไปได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำรุนแรง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้นครับ