ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองสังเกตตัวเองดูว่า เวลาที่กดพิมพ์ข้อความในสมาร์ทโฟน บิดลูกบิดประตู ยกแก้วน้ำ หรือคุณแม่ที่อุ้มลูกน้อย แล้วรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาบริเวณโคนนิ้วโป้งร้าวไปถึงข้อมือด้านข้าง อาการเจ็บรบกวนชีวิตประจำวันแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะแค่ล้าธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคเอ็นอักเสบปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบเดอกาแวง (De Quervain's Tenosynovitis) ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในยุคที่เราต้องใช้มือทำกิจกรรมซ้ำๆ แทบตลอดทั้งวัน

ทำความรู้จักโรคเอ็นอักเสบปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบเดอกาแวง เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองจินตนาการว่าเส้นเอ็นข้อมือบริเวณโคนนิ้วโป้งของเรา เหมือนกับเชือกที่วิ่งผ่านอุโมงค์หรือปลอกหุ้มเอ็นเล็กๆ บริเวณข้อมือ เมื่อมีการใช้งานนิ้วโป้งและข้อมือในท่าเดิมซ้ำๆ หรือใช้งานหนักเกินไป จะเกิดการเสียดสีกันระหว่างเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นอยู่ตลอดเวลา

การเสียดสีนี้ทำให้ปลอกหุ้มเอ็นเกิดการบวมหนาตัวขึ้นและอักเสบตามมา ส่งผลให้อุโมงค์ปลอกหุ้มเอ็นแคบลง เส้นเอ็นจึงเคลื่อนตัวได้ไม่สะดวกและเกิดอาการปวดอย่างรุนแรงทุกครั้งที่มีการเกร็ง หรือขยับนิ้วโป้งและข้อมือ

อาการแบบไหนเข้าข่าย? พร้อมวิธีเช็กตัวเองง่ายๆ ด้วย Finkelstein Test

ผู้ที่เป็นโรคเอ็นอักเสบปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบเดอกาแวง มักมีอาการแสดงหลักๆ ที่สังเกตได้ดังนี้

  • ปวดระบมบริเวณโคนนิ้วโป้งและข้อมือฝั่งเดียวกัน: โดยเฉพาะเวลาเหยียดหรือกำนิ้วโป้ง เวลาบิดข้อมือ หรือเวลาหยิบจับของหนัก
  • มีอาการบวมนูน: บริเวณข้อมือด้านข้างโคนนิ้วโป้งอาจมีลักษณะบวม กดแล้วเจ็บ หรือคลำได้เป็นก้อนตึงแข็ง
  • รู้สึกสะดุด หรือมีเสียงดังกรอบแกรบ: เวลาขยับนิ้วโป้ง จะรู้สึกเหมือนเส้นเอ็นตึงสะดุด ไม่ลื่นไหล

ทดสอบอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง (Finkelstein Test)

ทำได้โดยกำนิ้วโป้งไว้ในฝ่ามือ แล้วค่อยๆ เอียงข้อมือไปทางฝั่งนิ้วก้อย หากรู้สึกปวดแปล๊บขึ้นมาอย่างรุนแรงบริเวณโคนนิ้วโป้งร้าวไปตามข้อมือ แสดงว่ามีโอกาสสูงมากที่จะกำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว?

แม้โรคนี้จะเกิดได้กับทุกคน แต่นักหมอนมักจะเจอในกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมการใช้มือเฉพาะทาง ดังนี้

  • คุณแม่ลูกอ่อน: เจอบ่อยมากจนมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Mother's Thumb เกิดจากการเกร็งข้อมือและนิ้วโป้งช้อนอุ้มศีรษะและลำตัวทารกเป็นเวลานาน
  • สายสมาร์ทโฟนและเกมเมอร์: คนที่ชอบใช้นิ้วโป้งไถหน้าจอ หรือกดปุ่มคอนโทรลเลอร์เล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  • คนทำงานออฟฟิศ: ที่ต้องใช้เมาส์และคีย์บอร์ดในท่าเดิมตลอดทั้งวัน โดยไม่มีการพักข้อมือ
  • กลุ่มอาชีพที่ต้องใช้แรงข้อมือซ้ำๆ: เช่น ช่างแม่บ้าน พนักงานหั่นผักทำอาหาร นักกอล์ฟ หรือนักแบดมินตัน
  • ผู้หญิงอายุ 30-50 ปี: มีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์หรือหลังคลอดก็มีส่วนทำให้เอ็นอักเสบได้ง่ายขึ้น

วิธีรักษา ตั้งแต่ดูแลตัวเองที่บ้านไปจนถึงการพบหมอ

การรักษาโรคนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการอักเสบ ซึ่งหมอมักแนะนำให้เริ่มจากวิธีที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดก่อน

การดูแลตัวเองเบื้องต้นและวิธีพักข้อมืออย่างถูกวิธี

หากเพิ่งเริ่มมีอาการปวดตึง หัวใจสำคัญที่สุดคือ "การพักใช้งาน"

  • ประคบเย็น: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่เริ่มปวดบวม ให้ใช้น้ำแข็งห่อผ้าประคบครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง เพื่อลดกระบวนการอักเสบ
  • ใส่อุปกรณ์พยุงข้อและนิ้วโป้ง (Thumb Spica Splint): การใส่เฝือกอ่อนหรืออุปกรณ์ดามข้อมือแบบล็อกนิ้วโป้ง จะช่วยลดการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็น ทำให้เอ็นอักเสบได้พักและฟื้นตัวได้ไวขึ้น
  • ทานยาบรรเทาอาการอักเสบ: ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและลดอาการบวมของปลอกหุ้มเอ็นได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนรับประทาน

เมื่อไหร่ที่ควรฉีดยา หรือต้องผ่าตัด?

หากปรับพฤติกรรม พักการใช้งาน และรับประทานยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาขั้นตอนการรักษาเพิ่มเติม

  • การฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่: แพทย์จะฉียาสเตียรอยด์เข้าไปในปลอกหุ้มเอ็นโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดการอักเสบและอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังฉีด
  • การผ่าตัดเล็ก: จะพิจารณาในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล อาการเรื้อรัง หรือปลอกหุ้มเอ็นหนาตัวมากจนเส้นเอ็นติดหนาแน่น การผ่าตัดจะเป็นการเปิดปลอกหุ้มเอ็นออก เพื่อขยายช่องว่างให้เส้นเอ็นกลับมาเคลื่อนตัวได้สะดวก โดยเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับบ้านได้ทันที

ปรับพฤติกรรมอย่างไร ไม่ให้โรคเอ็นอักเสบข้อมือกลับมาเป็นซ้ำ

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ เพราะตราบใดที่เรายังต้องใช้มือทำงาน โรคนี้ก็สามารถกลับมาหาได้เสมอ

  • พยายามหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วโป้งเกร็งรับน้ำหนักซ้ำๆ เป็นเวลานาน
  • หากต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ควรหยุดพักข้อมือทุกๆ 30-45 นาที
  • ยืดกล้ามเนื้อและเอ็นข้อมือเบาๆ ก่อนและหลังทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงข้อมือ
  • คุณแม่ลูกอ่อนควรเปลี่ยนท่าอุ้ม โดยใช้ทั้งฝ่ามือและแขนท่อนล่างช่วยรับน้ำหนักตัวลูก แทนการเกร็งแค่นิ้วโป้งและข้อมือ

หากลองพักการใช้งานและดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว อาการปวดข้อมือยังไม่ดีขึ้น หรือปวดมากจนรบกวนการนอนและการทำงาน ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down