ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ยามที่พฤติกรรมก้าวร้าวข้ามเส้นคำว่า "ดื้อตามวัย"

พฤติกรรมต่อต้าน ไม่ฟังคำสั่ง หรือทำตามใจตัวเอง อาจเป็นเรื่องธรรมดาที่พบได้ในกระบวนการเติบโตตามวัยของเด็ก แต่เมื่อใดก็ตามที่พฤติกรรมเหล่านั้นเริ่มข้ามเส้นจากการดื้อรั้นทั่วไป ไปสู่การแสดงความก้าวร้าวอย่างรุนแรง การจงใจทำลายสิ่งของ การทำร้ายผู้อื่นหรือสัตว์ ตลอดจนการลักขโมยและการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์สังคมซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของอารมณ์ชั่ววูบหรือปัญหาการเลี้ยงดู แต่เป็นสัญญาณของภาวะทางสุขภาพจิตที่เรียกว่า โรคความผิดปกติของความประพฤติในเด็กและวัยรุ่น (Conduct Disorder)

การเข้าใจว่าพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและรุนแรงคือ "สัญญาณความผิดปกติทางสุขภาพจิต" ไม่ใช่เพียง "ความประพฤติไม่ดี" คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือเด็กให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

ทำความรู้จักโรคความผิดปกติของความประพฤติในเด็กและวัยรุ่น

โรคความผิดปกติของความประพฤติในเด็กและวัยรุ่น เป็นกลุ่มโรคความผิดปกติทางด้านอารมณ์และพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่น โดยมักพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง เด็กที่เป็นโรคนี้จะมีรูปแบบพฤติกรรมก้าวร้าว ละเมิดสิทธิพื้นฐานของผู้อื่น และละเมิดบรรทัดฐานหรือกฎเกณฑ์ของสังคมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 ถึง 12 เดือน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและความเครียดอย่างมากต่อทั้งตัวเด็ก ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน

4 สัญญาณเตือนสำคัญที่พ่อแม่และผู้ปกครองควรรู้

อาการของโรคนี้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มพฤติกรรมหลัก ดังนี้

1. การแสดงความก้าวร้าวต่อบุคคลหรือสัตว์

  • มักข่มขู่ ชวนทะเลาะ หรือใช้อิทธิพลรังแกผู้อื่นเป็นประจำ
  • เป็นผู้เริ่มการต่อสู้ด้วยกำลังกายบ่อยครั้ง
  • มีการใช้อาวุธหรือสิ่งของที่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง เช่น ไม้ ก้อนหิน มีด หรือขวดแก้ว
  • แสดงความทารุณกรรมหรือเจตนาทำร้ายสัตว์อย่างรุนแรง
  • ก้าวร้าวถึงขั้นทำร้ายร่างกายผู้อื่น หรือใช้วิธีข่มขู่บังคับ

2. การทำลายทรัพย์สินและสิ่งของ

  • จงใจวางเพลิงหรือเผาทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น
  • ตั้งใจทำลายข้าวของสาธารณะ ทรัพย์สินของโรงเรียน หรือของสมาชิกในบ้าน

3. การเล่ห์เหลี่ยม โกหก และลักขโมย

  • งัดแงะหรือบุกรุกเข้าไปในบ้าน รถยนต์ หรือพื้นที่ส่วนบุคคลของผู้อื่น
  • โกหกเป็นประจำเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ
  • ขโมยของที่มีมูลค่า เช่น แอบหยิบเงินในบ้าน ลักขโมยตามร้านค้า หรือวิ่งเป้า

4. การฝ่าฝืนกฎเกณฑ์อย่างรุนแรง

  • แอบออกนอกบ้านในเวลากลางคืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 13 ปี
  • หนีออกจากบ้านข้ามคืนอย่างน้อย 2 ครั้ง หรือหนีไปเป็นระยะเวลานาน
  • โดดเรียนหรือขาดโรงเรียนเป็นประจำตั้งแต่อายุยังน้อย

ปัจจัยเบื้องหลังที่ส่งผลให้เกิดโรค

โรคนี้ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

  • ปัจจัยทางชีวภาพและสมอง: การทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม (Frontal Lobe) ทำงานไม่สมดุล รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรมที่มีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ หรือภาวะเสพติด
  • ปัจจัยด้านจิตวิทยา: เด็กอาจมีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น โรคสมาธิสั้น (ADHD) ภาวะซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจพัฒนามาเป็นความผิดปกติของความประพฤติได้
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและครอบครัว: การเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง การขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด การลงโทษด้วยความรุนแรง หรือการเผชิญกับภาวะความเครียดเรื้อรังในครอบครัว

แนวทางการรักษาทางการแพทย์

การรักษาโรคความผิดปกติของความประพฤติต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์ กุมารแพทย์สาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น นักจิตวิทยา ครอบครัว และโรงเรียน โดยมีแนวทางหลัก ดังนี้

1. พฤติกรรมบำบัดและจิตบำบัด (Psychotherapy and Behavioral Therapy)

การทำจิตบำบัดช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการอารมณ์โกรธ พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และปรับเปลี่ยนความคิดเชิงลบ ส่วนการทำพฤติกรรมบำบัดมุ่งเน้นการส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมผ่านระบบการให้รางวัลและการตั้งขอบเขตที่ชัดเจน

2. การฝึกอบรมผู้ปกครอง (Parent Management Training: PMT)

ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เรียนรู้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การตั้งกฎเกณฑ์ในบ้านที่ชัดเจน สมเหตุสมผล และสม่ำเสมอ ตลอดจนวิธีการลงโทษอย่างสันติและได้ผล โดยไม่ใช้ความรุนแรง

3. การใช้ยาเพื่อปรับการทำงานของสมอง

ในกรณีที่เด็กมีอาการก้าวร้าวรุนแรง หรือมีโรค ร่วม เช่น โรคสมาธิสั้น หรือภาวะซึมเศร้า แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาร่วมด้วยเพื่อช่วยปรับสารเคมีในสมอง ทำให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์และสมาธิได้ดีขึ้น

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยามต้องรับมือ

หากสงสัยว่าลูกอาจเข้าข่ายภาวะนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ พยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน กำหนดขอบเขตและกฎเกณฑ์อย่างชัดเจนแต่แฝงด้วยความอบอุ่น ชื่นชมและให้คำชมเชยเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ดี และที่สำคัญที่สุดคือการพาเด็กไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเพื่อได้รับการประเมินและช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการยื่นมือเข้าไปช่วยอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จะช่วยปรับทิศทางชีวิตของเด็กให้เติบโตอย่างมั่นคงและมีความสุขได้ในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down