เวลาที่ตรวจคนไข้ในห้องฉุกเฉินแล้วเจอเคสที่บ่นว่า เจ็บหน้าอกหรือปวดหลังรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนมีใครเอาอะไรมาแทงหรือฉีกกระชากข้างใน หมอจะนึกถึงภาวะหนึ่งขึ้นมาทันที เป็นเรื่องที่อันตรายมากและต้องรักษาทันที นั่นก็คือโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ในร่างกายฉีก ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อ แต่มันคือท่อส่งเลือดหลักของร่างกายที่กำลังปริแตกจากแรงดันเลือดที่สูงเกินไป
หลอดเลือดแดงใหญ่หน้าตาเป็นอย่างไร และทำไมถึงฉีกได้?
ลองนึกภาพหลอดเลือดแดงใหญ่ หรือที่เรียกว่าเอออร์ตา (Aorta) ว่าเป็นท่อประปาหลักเส้นใหญ่ที่สุดในบ้าน ที่ต่อตรงมาจากหัวใจเพื่อส่งเลือดแดงที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงทุกส่วนในร่างกาย ทั้งสมอง แขน ขา และอวัยวะภายใน
ผนังของท่อเส้นนี้ประกอบด้วยชั้นเนื้อเยื่อหลายชั้นที่เหนียวและยืดหยุ่น แต่พอเวลาผ่านไป ยิ่งอายุมากขึ้น หรือคนไข้ที่มีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูงเรื้อรังที่คุมไม่ได้ ผนังหลอดเลือดชั้นในเหล่านี้ก็จะเริ่มเสื่อมและเปราะบาง เมื่อมีแรงดันเลือดกระแทกแรงๆ ซ้ำเข้า ผนังชั้นในจึงปริแตกออก แล้วเลือดก็ซอกซอนแทรกเข้าไปตามรอยแยกนั้น ทำให้ผนังหลอดเลือดแยกออกจากกันเป็นสองทาง เหมือนกระดาษที่กำลังฉีกขาดออกจากกัน
สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าหลอดเลือดกำลังปริแตก
อาการของโรคนี้จะมาแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ คนไข้มักจะจำช่วงเวลาที่เริ่มเจ็บได้อย่างแม่นยำ อาการเด่นๆ ที่หมอพบได้บ่อย ได้แก่
- เจ็บหน้าอกหรือปวดหลังอย่างรุนแรงฉับพลัน: ลักษณะความเจ็บปวดจะต่างจากโรคหัวใจทั่วไป คนไข้มักบอกว่าเจ็บแปล๊บ ร้าวไปที่หลัง สะบัก หรือช่องท้อง และมีความรู้สึกว่าเจ็บลึกๆ ข้างใน
- ปวดทะลุไปข้างหลัง: ถ้าจุดที่ฉีกอยู่บริเวณช่องอกส่วนล่างหรือช่องท้อง อาการปวดจะร้าวทะลุจากด้านหน้าไปด้านหลังอย่างชัดเจน
- หน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติ: เกิดขึ้นเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือความดันโลหิตตกฮวบจากการที่หลอดเลือดใหญ่ปริแตกเสียเลือดในช่องอก
- แขนขาชาหรืออ่อนแรงข้างเดียว: ถ้าทางแยกของรอยฉีกไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดที่จะไปเลี้ยงแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด?
โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่จะมีกลุ่มเสี่ยงหลักๆ ที่หมอมักจะคอยเตือนให้ระวังตัวอยู่เสมอ
- คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง: นี่คือตัวการอันดับหนึ่ง เพราะแรงดันที่สูงผิดปกติจะคอยดันและกระแทกผนังหลอดเลือดให้เสียหายทีละน้อย
- อายุที่มากขึ้น: ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดจะลดลงตามวัย โดยเฉพาะคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
- สูบบุหรี่จัด: สารเคมีในบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและเสื่อมเร็วกว่าปกติ
- โรคทางพันธุกรรมบางชนิด: เช่น โรคมาร์แฟน (Marfan syndrome) ที่ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันและผนังหลอดเลือดอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด
เช็กความต่าง: เจ็บหน้าอกแบบโรคหัวใจกับหลอดเลือดใหญ่ฉีกขาดต่างกันอย่างไร?
หลายคนชอบสับสนระหว่างภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกับหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีก เพราะเจ็บหน้าอกเหมือนกัน แต่ความรู้สึกต่างกันพอสมควร
ถ้าเป็นโรคหัวใจอุดตัน คนไข้มักจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับ แน่นๆ อึดอัด เหมือนช้างเหยียบหน้าอก ร้าวไปกรามหรือแขนซ้าย แต่ถ้าเป็นหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีก ความเจ็บปวดจะมาแบบฉับพลันทันที รุนแรงที่สุดในชีวิต และมักจะมีความรู้สึกว่าเจ็บฉีก เจ็บแปล๊บ หรือปวดร้าวทะลุไปทางด้านหลังร่วมด้วย
การวินิจฉัยและการรักษาเร่งด่วนที่รอช้าไม่ได้
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการสงสัยภาวะนี้ หมอจำเป็นต้องส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงหรือซีทีย์สแกน (CTA) ฉีดสี เพื่อดูตำแหน่งที่หลอดเลือดฉีกขาดอย่างแม่นยำ เพราะตำแหน่งของรอยฉีกจะเป็นตัวกำหนดแนวทางการรักษา
หากรอยฉีกอยู่ใกล้หัวใจส่วนต้น จะต้องได้รับการผ่าตัดเปิดช่องอกฉุกเฉินเพื่อเปลี่ยนหลอดเลือดเทียมทัน เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่หลอดเลือดจะแตกออกจนเสียชีวิตคาที่ แต่ถ้าตำแหน่งอยู่บริเวณช่องอกส่วนล่างหรือช่องท้อง ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาใส่ขดลวดค้ำจุนผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาแทนการผ่าตัดใหญ่
วิธีป้องกันหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกจากก้นบึ้งของหัวใจหมอ
เนื่องจากโรคนี้อันตรายถึงชีวิต การป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างเคร่งครัด กินยาตามที่แพทย์สั่งสม่ำเสมอ และหมั่นวัดความดันที่บ้านเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เด็ดขาดเพราะบุหรี่ทำลายหลอดเลือดโดยตรง ควบคุมระดับไขมันในเลือด และตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินความเสี่ยงของหลอดเลือดทั่วร่างกาย หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดแดงใหญ่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ