ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณมีอาการปวดท้องทุกครั้งหลังมื้ออาหาร จนเริ่มกลัวการกินข้าวไปเลยหรือเปล่าครับ หรือบางคนน้ำหนักลดลงไปเยอะมากโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่ไม่ได้คุมอาหารแต่อย่างใด อาอาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโรคกระเพาะอาหารธรรมดา แต่อาจเป็นเสียงเตือนจากร่างกายว่าระบบเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้กำลังมีปัญหา ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่าภาวะลำไส้ขาดเลือดเรื้อรังครับ

ลำไส้ขาดเลือดเรื้อรัง คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ลองนึกภาพตามนะครับว่า ลำไส้ของเราก็เหมือนอวัยวะอื่นๆ ที่ต้องการเลือดและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงตลอดเวลา เพื่อทำหน้าที่ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหาร แต่เมื่อหลอดเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงลำไส้เกิดการตีบตันสะสมจากคราบไขมันและหินปูน คล้ายๆ กับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นแหละครับ ส่งผลให้เวลาที่เรากินอาหาร ลำไส้ต้องทำงานหนักขึ้นและต้องการเลือดเพิ่มขึ้น แต่หลอดเลือดที่ตีบแคบไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงได้ทัน กล้ามเนื้อลำไส้จึงส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นความเจ็บปวด

ปวดท้องแบบไหนที่ต้องระวัง? สังเกตอาการเตือนภัยเหล่านี้

จุดสังเกตที่สำคัญที่สุดของภาวะลำไส้ขาดเลือดเรื้อรังคือเรื่องของเวลาครับ อาการปวดมักจะมีรูปแบบที่ชัดเจนดังนี้:

  • ปวดหลังกินข้าว: มักจะเริ่มปวดประมาณ 15 ถึง 30 นาทีหลังจากมื้ออาหาร และความปวดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • กลัวการกินอาหาร: เมื่อกินแล้วปวด สมองและร่างกายจะสั่งให้เราไม่อยากอาหารโดยอัตโนมัติ เพราะไม่อยากเผชิญกับความทรมานหลังกิน
  • น้ำหนักลดฮวบ: เนื่องจากคนไข้กินได้น้อยลงมากจากอาการปวด ทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วและดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ระบบขับถ่ายรวน: บางคนอาจมีอาการท้องเสียสลับกับท้องผูกร่วมด้วย

ใครบ้างเสี่ยงที่จะเจอภาวะนี้?

โรคนี้ส่วนใหญ่มักจะพบในผู้สูงอายุครับ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้:

  • ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่จัด ซึ่งทำให้หลอดเลือดเสื่อมและตีบตันเร็วขึ้น
  • คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเคยมีเส้นเลือดสมองตีบมาก่อน เพราะโรคหลอดเลือดมักเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียด?

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการปวดท้องเรื้อรังหลังกินอาหารทุกมื้อ ร่วมกับน้ำหนักตัวที่ลดลงโดยหาสาเหตุไม่ได้ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดครับ เพราะถ้าปล่อยให้หลอดเลือดตีบตันมากขึ้นจนลำไส้ขาดเลือดเฉียบพลัน อาจทำให้ลำไส้เน่าทะลุและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การมาพบแพทย์เพื่อตรวจหลอดเลือดในช่องท้องด้วยเครื่องมือพิเศษ เช่น การทำ CT Scan หลอดเลือด จะช่วยให้เจอสาเหตุและวางแผนรักษาได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down