หลายครั้งที่คนไข้มาหาหมอด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง รักษาโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที จนกระทั่งมาตรวจละเอียดถึงได้รู้ว่า ต้นเหตุที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่กระเพาะอาหาร แต่อยู่ที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงลำไส้ตีบตัน ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่าภาวะลำไส้ขาดเลือดเรื้อรัง
ทำไมกินข้าวแล้วถึงปวดท้อง: สัญญาณเตือนที่มักเข้าใจผิด
เวลาที่เรากินอาหารเข้าไป ร่างกายจะต้องส่งเลือดไปเลี้ยงระบบย่อยอาหารและลำไส้มากกว่าปกติ เพื่อช่วยกันย่อยและดูดซึมสารอาหาร เปรียบเสมือนเวลาที่โรงงานต้องเดินเครื่องจักรเต็มกำลัง ก็ต้องการพลังงานและเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
แต่สำหรับคนที่มีปัญหาหลอดเลือดแดงไปเลี้ยงลำไส้ตีบแคบจากคราบไขมันสะสม พอถึงเวลาต้องใช้งานจริง เลือดจึงไหลไปเลี้ยงไม่ทัน เปรียบเหมือนท่อน้ำที่ตีบตันจนน้ำไหลผ่านไม่สะดวก ลำไส้จึงส่งสัญญาณเตือนด้วยอาการปวดเกร็งขึ้นมาหลังมื้ออาหาร
อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าลำไส้กำลังขาดเลือดแบบเรื้อรัง
อาการเด่นชัดที่สุดของภาวะนี้มีความจำเพาะตัวสูงมาก จนหมอสามารถนึกถึงโรคนี้ได้ทันทีเมื่อคนไข้เล่าอาการให้ฟัง ดังนี้ครับ
- ปวดท้องหลังกินอาหาร: มักจะเริ่มปวด 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร เป็นช่วงที่ลำไส้ต้องทำงานหนักที่สุด
- กลัวการกินอาหาร: เพราะกินทีไรก็ปวด คนไข้หลายคนจึงเลือกที่จะกินให้น้อยลงโดยธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด
- น้ำหนักลดฮวบ: เมื่อกินน้อยลงเพราะกลัวปวด น้ำหนักตัวจึงลดลงอย่างรวดเร็วและน่าตกใจโดยไม่รู้สาเหตุ
- ระบบขับถ่ายแปรปรวน: อาจมีอาการท้องเสียสลับท้องผูก เนื่องจากลำไส้ขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างต่อเนื่องทำให้การทำงานรวนไปหมด
ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
โรคนี้มักไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ครับ แต่จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีปัจจัยเสี่ยงเรื่องหลอดเลือดแข็งตัว ได้แก่ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน คนที่สูบบุหรี่จัด รวมถึงผู้ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองตีบมาก่อน เพราะความเสื่อมของหลอดเลือดมักเกิดขึ้นทั่วร่างกายพร้อมๆ กัน
วิธีตรวจวินิจฉัยของแพทย์
เมื่อหมอสงสัยว่าอาการปวดท้องเรื้อรังของคุณอาจมาจากปัญหานี้ การตรวจวินิจฉัยจะไม่สามารถทำได้ด้วยการเอ็กซเรย์ช่องท้องธรรมดา แต่จะต้องตรวจดูสภาพของหลอดเลือดโดยตรง วิธีที่นิยมและเห็นผลชัดเจน ได้แก่ การทำคอมพิวเตอร์สแกนหลอดเลือดช่องท้อง (CTA) เพื่อดูว่ามีจุดไหนที่ตีบตันหรืออุดตันบ้าง และประเมินความรุนแรงได้อย่างแม่นยำ
วิธีการรักษาและการคืนเลือดให้ลำไส้
เมื่อตรวจพบว่าหลอดเลือดตีบตันจริง การปล่อยทิ้งไว้เป็นอันตรายมาก เพราะหากวันดีคืนดีหลอดเลือดเกิดอุดตันกะทันหัน จะกลายเป็นภาวะลำไส้ขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ลำไส้เน่าตายและอันตรายถึงชีวิตได้ การรักษาจึงมีเป้าหมายหลักคือการเปิดทางเดินเลือดให้กลับมาไหลเวียนได้ดีเหมือนเดิม
- การสวนหลอดเลือดและใส่ขดลวด: เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน แพทย์จะสอดสายสวนผ่านทางหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ เพื่อขยายหลอดเลือดที่ตีบและใส่ขดลวดค้ำยันไว้
- การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด: สำหรับเคสที่หลอดเลือดตีบยาวหรือมีความซับซ้อน ศัลยแพทย์อาจต้องทำการผ่าตัดต่อเส้นเลือดใหม่เพื่อให้เลือดไหลผ่านจุดที่ตีบไปได้
- การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต: ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ และกินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเลือดตีบซ้ำ
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
หากคุณหรือคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มีอาการปวดท้องหลังกินอาหารเป็นประจำจนต้องลดปริมาณการกินลง และน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะอาหารอักเสบทั่วไป แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กระบบหลอดเลือดในช่องท้องอย่างละเอียด เพราะการรู้เร็วและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถป้องกันภาวะลำไส้เน่าตายและช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงทีครับ