ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกแค่เอาแต่ใจหรือเป็นสัญญาณของโรคอารมณ์สองขั้วในเด็ก

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะเคยชินกับการที่ลูกงอแงหรืออารมณ์เสียตามวัย แต่ถ้าวันหนึ่งสังเกตเห็นว่าลูกมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่ง ชนิดที่ว่าจากเด็กที่เคยร่าเริงผิดปกติกลายเป็นเด็กที่หงุดหงิดเกรี้ยวกราดรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่พฤติกรรมตามวัย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคอารมณ์สองขั้วในเด็ก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ไบโพลาร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคนในครอบครัว

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรรีบสังเกต

โรคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์เหวี่ยงวีนทั่วไป แต่เป็นการสลับขั้วของสภาวะจิตใจที่เด่นชัด ได้แก่

  • ช่วงอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania): ลูกอาจดูตื่นเต้นตลอดเวลา พูดเร็วมากเหมือนหยุดไม่อยู่ นอนน้อยแต่ยังดูคึกคัก มีความมั่นใจในตัวเองสูงเกินจริง หรือทำอะไรเสี่ยงๆ โดยไม่กลัวอันตราย
  • ช่วงอารมณ์เศร้าดิ่ง (Depression): ลูกจะดูเงียบขรึม แยกตัวจากเพื่อน บ่นว่าเหนื่อยตลอดเวลา ไม่มีสมาธิในการเรียน หรือบางรายอาจพูดถึงเรื่องการทำร้ายตัวเอง
  • ช่วงอารมณ์แปรปรวน (Mixed State): เป็นช่วงที่อารมณ์ดีและเศร้าเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้เด็กหงุดหงิดง่ายมาก ระเบิดอารมณ์รุนแรงได้ง่ายกว่าปกติ

ความแตกต่างระหว่างไบโพลาร์ในเด็กกับโรคสมาธิสั้นหรือดื้อต่อต้าน

หลายครั้งที่เด็กถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) หรือโรคดื้อต่อต้าน (ODD) เพราะอาการหลายอย่างทับซ้อนกัน แต่จุดต่างสำคัญคือโรคอารมณ์สองขั้วในเด็กมักจะมีช่วงเวลาที่อารมณ์เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและค่อนข้างยาวนาน ในขณะที่สมาธิสั้นมักมีปัญหาเรื่องสมาธิและการควบคุมตัวเองในทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง การแยกโรคให้ชัดเจนจึงจำเป็นต้องอาศัยการประเมินจากจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเป็นหลัก

วิธีรักษาเมื่อลูกได้รับการวินิจฉัย

การรักษาโรคอารมณ์สองขั้วในเด็กไม่ใช่การแก้ไขเพียงจุดเดียว แต่เป็นการดูแลแบบองค์รวม:

  • การใช้ยา: แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปรับสมดุลอารมณ์ เพื่อช่วยให้ระดับสารเคมีในสมองคงที่ ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของอารมณ์ที่ขึ้นลง
  • การทำจิตบำบัด: การพูดคุยกับนักจิตวิทยาเพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจอารมณ์ตัวเอง และเรียนรู้วิธีจัดการเมื่ออารมณ์เริ่มพุ่งสูงหรือดิ่งลง
  • การปรับสิ่งแวดล้อมในบ้าน: พ่อแม่มีความสำคัญที่สุดในการสร้างตารางชีวิตที่สม่ำเสมอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการกระตุ้นของโรค

ข้อดีและประโยชน์ของคนใกล้ชิดในการดูแลลูก

เมื่อรู้ว่าลูกเผชิญกับสภาวะนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการลดการตำหนิ การมองว่าลูกตั้งใจทำตัวไม่ดีจะยิ่งสร้างรอยร้าวในใจ ให้ลองเปลี่ยนเป็นการจดบันทึกอารมณ์ของลูกในแต่ละวัน สังเกตปัจจัยกระตุ้น และสื่อสารกับคุณหมอตามนัดอย่างต่อเนื่อง ความรักและความเข้าใจจากที่บ้านคือเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้เด็กรับมือกับโรคนี้ได้ดีขึ้นในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down