เวลาที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกชายเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง สูงขึ้น ไหล่กว้างขึ้น แต่พอลองฟังเสียงพูดแล้ว เอ๊ะ ทำไมเสียงยังเล็กแหลมใสเหมือนเด็กประถม ทั้งที่เพื่อนๆ ในกลุ่มเสียงเริ่มทุ้มต่ำกันหมดแล้ว หลายบ้านเริ่มกังวลว่าลูกมีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า หรือเป็นเพราะฮอร์โมนมีปัญหาหรือไม่
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยๆ อยากบอกให้คุณพ่อคุณแม่และตัวน้องๆ สบายใจก่อนว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นได้และมีคำอธิบายทางการแพทย์ครับ
เสียงทุ้มต่ำเกิดขึ้นได้อย่างไรในช่วงวัยรุ่น
ก่อนจะไปดูว่าทำไมเสียงถึงไม่เปลี่ยน เรามาทำความเข้าใจธรรมชาติของเสียงกันก่อนครับ ช่วงที่เด็กผู้ชายเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมใต้สมองจะเริ่มสั่งให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่าเทสโทสเตอโรนออกมามากขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ทำให้ร่างกายสูงใหญ่ขึ้นอย่างเดียว แต่ยังมีผลโดยตรงกับกล่องเสียงและเส้นเสียงด้วย
เมื่อฮอร์โมนพุ่งสูงขึ้น กล่องเสียงของผู้ชายจะขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นที่มาของลูกกระเดือกที่เราเห็นกัน และเส้นเสียงก็จะยาวหนาขึ้น ส่งผลให้ความถี่ของเสียงต่ำลง เสียงของเด็กชายจึงค่อยๆ เปลี่ยนจากเสียงเด็กผู้หญิง กลายเป็นเสียงทุ้มแบบผู้ใหญ่ ซึ่งกระบวนการนี้มักจะใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะเข้าที่
ภาวะเสียงไม่ยอมเปลี่ยนในวัยรุ่นชายคืออะไรและเกิดจากสาเหตุใด
ภาวะเสียงไม่ยอมเปลี่ยนในวัยรุ่นชาย หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Pubuthornia หรือ Mutational Falsetto คือภาวะที่เด็กผู้ชายอายุเกินเกณฑ์เข้าสู่วัยรุ่นแล้ว (มักจะอายุราวๆ 15-18 ปีขึ้นไป) ร่างกายส่วนอื่นเติบโตเป็นหนุ่มเต็มตัว ฮอร์โมนปกติทุกอย่าง มีหนวดเคราขึ้น แต่เสียงพูดกลับยังคงแหลมสูงเหมือนเด็กก่อนวัยรุ่น หรือใช้เสียงหลบพูดอยู่ตลอดเวลา
สาเหตุหลักของเรื่องนี้มักไม่ได้มาจากความผิดปกติทางร่างกายหรือฮอร์โมนขาดแคลนครับ ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยด้านจิตวิทยาและพฤติกรรม เช่น:
- ความคุ้นชินในการใช้เสียงแหลม และกลัวการปรับตัวเข้ากับเสียงทุ้มใหม่ที่ฟังดูแปลกหูสำหรับตัวเอง
- ความอายเมื่อเสียงเริ่มแตกหนุ่ม แล้วถูกคนรอบข้างล้อเลียนในช่วงแรก ทำให้เด็กพยายามดึงเสียงกลับไปใช้เสียงเดิมที่ตนเองคุ้นเคยจนติดเป็นนิสัย
- ความกดดันทางสังคม หรือความต้องการรักษาคาแรคเตอร์บางอย่างไว้โดยไม่รู้ตัว
- ในบางกรณีที่พบน้อยมากๆ อาจเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างกล่องเสียงตั้งแต่กำเนิด ซึ่งแพทย์หู คอ จมูก จะเป็นคนตรวจวินิจฉัยแยกระหว่างเรื่องของพฤติกรรมกับเรื่องกายภาพให้
สัญญาณแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์หู คอ จมูก
แม้ว่าส่วนใหญ่ภาวะนี้จะไม่อันตรายและเกิดจากความคุ้นเคยในการใช้เสียง แต่ถ้าปล่อยไว้ก็อาจสร้างความกังวลใจและความมั่นใจในการเข้าสังคมให้กับตัวน้องเองได้ครับ ควรพามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียง หากพบอาการเหล่านี้
- อายุเกิน 17-18 ปีแล้ว เสียงยังไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่เลย แม้จะมีลักษณะทางเพศอื่นๆ ครบถ้วน
- มีอาการเสียงแหบเรื้อรัง เจ็บคอเวลาพูด หรือกลืนลำบากร่วมด้วย
- เสียงหายไปเฉียบพลันหลังการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุบริเวณลำคอ
วิธีรักษาและวิธีฝึกปรับเสียงให้เป็นปกติ
ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องทานยาฮอร์โมนครับ แนวทางหลักคือการฝึกฝนการใช้เสียงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดการพูด หรือที่เรียกว่า Speech Language Pathologist
หมอจะร่วมมือกับนักบำบัดเพื่อให้น้องได้ทดลองผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบกล่องเสียง เรียนรู้วิธีการหายใจจากกะบังลม และฝึกออกเสียงในระดับความถี่ที่ต่ำลงอย่างเป็นธรรมชาติ ในช่วงแรกน้องอาจจะรู้สึกแปลกกับเสียงใหม่ของตัวเอง แต่พอฝึกฝนไปสักระยะ กล้ามเนื้อจะเริ่มชิน และน้องจะสามารถใช้เสียงทุ้มต่ำที่เป็นเสียงจริงของตัวเองพูดคุยในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจครับ