ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนพาเจ้าตัวเล็กมาปรึกษาหมอด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียบ่อย หรือบางทีมีเลือดปนมากับอุจจาระ หลายครอบครัวเข้าใจว่าเป็นเพราะอาหารเป็นพิษหรือติดเชื้อธรรมดา เดี๋ยวเดียวก็หาย แต่พอนานวันเข้าอาการกลับไม่ดีขึ้นแถมลูกยังน้ำหนักลดและตัวเล็กกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน เมื่อตรวจดูอย่างละเอียดถึงได้รู้ว่านี่คือสัญญาณของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่หมออยากชวนมาทำความเข้าใจกันให้ลึกซึ้งขึ้นในวันนี้
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังในเด็กคืออะไร และต่างจากท้องเสียทั่วไปอย่างไร?
เวลาพูดถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า IBD (Inflammatory Bowel Disease) หลายคนมักจะสับสนกับโรคท้องเสียเฉียบพลัน ความจริงแล้วสองโรคนี้ต่างกันมาก ท้องเสียทั่วไปกินยา, เกลือแร่ และพักผ่อนไม่กี่วันก็หาย แต่โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็กทำงานผิดปกติ เกิดการอักเสบเรื้อรังตามแนวทางเดินอาหาร ตั้งแต่กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ไปจนถึงลำไส้ใหญ่ โดยโรคนี้หลักๆ จะแบ่งออกเป็นสองชนิดย่อยคือ โรคโครอน (Crohn's Disease) ที่สร้างปัญหาได้ทุกส่วนของทางเดินอาหาร และโรคลำไส้อักเสบมีแผลโตรูน (Ulcerative Colitis) ที่มักเกิดเฉพาะที่ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
สังเกตอย่างไรว่าอาการปวดท้องของลูกไม่ใช่เรื่องธรรมดา
เด็กๆ มักจะบอกอาการตัวเองไม่ค่อยถูก บางทีบ่นปวดท้องจนคุณพ่อคุณแม่คิดว่าไม่อยากไปโรงเรียน แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย หมออยากให้ลองสังเกตให้ดี
- ปวดท้องเรื้อรัง ปวดบิดเป็นพักๆ โดยเฉพาะช่วงล่างของท้องหรือรอบสะดือ อาการเป็นๆ หายๆ นานเกินสัปดาห์
- ถ่ายมีมูกเลือดปน หรืออุจจาระเหลวเรื้อรังติดต่อกันหลายสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ
- น้ำหนักลดและส่วนสูงไม่ค่อยเพิ่ม เด็กที่ป่วยโรคนี้มักจะดูผอมลง กินอาหารได้น้อยลง หรือร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ไม่ได้เต็มที่
- มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติเพราะร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง
- อาการแสดงนอกลำไส้ เช่น มีแผลในปากเรื้อรัง ปวดข้อต่อต่างๆ หรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง
ทำไมลูกถึงเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง?
จนถึงตอนนี้วงการแพทย์ก็ยังระบุสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ แต่เราพบว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเรื่องของพันธุกรรมในครอบครัว การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นเกินเหตุ รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การรับประทานอาหารบางประเภทหรือการใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยเกินไปในช่วงวัยเด็ก ซึ่งทั้งหมดนี้ไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบท่อทางเดินอาหารอย่างต่อเนื่อง
วิธีรักษาและดูแลเด็กที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
การดูแลเด็กกลุ่มนี้ต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างแพทย์ พ่อแม่ และตัวเด็กเอง เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องใช้เวลารักษายาวนานเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน
การใช้ยาเพื่อควบคุมการอักเสบ
แพทย์จะพิจารณาใช้ยาตามความรุนแรงของโรค เริ่มตั้งแต่ยากดภูมิคุ้มกัน ยาลดการอักเสบเฉพาะที่ ไปจนถึงยาชีววัตถุรุ่นใหม่ๆ ที่ช่วยจำ A-Target ระบบภูมิคุ้มกันส่วนที่ผิดปกติโดยตรง เป้าหมายหลักคือการทำให้โรครักษาตัวเข้าสู่ระยะสงบ เพื่อให้ลำไส้ได้พักและฮีลตัวเอง
การปรับโภชนาการและการเลือกอาหาร
อาหารเป็นสิ่งสำคัญมากในช่วงที่โร กำลังกำเริบ หมอจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีกากใยสูงมากๆ หรือนมวัวถ้าเด็กแพ้ เน้นอาหารย่อยง่ายพลังงานสูงเพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารเพียงพอกับการเจริญเติบโต บางกรณีอาจต้องใช้อาหารทางการแพทย์เสริมเพื่อให้ลำไส้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
แนวทางดูแลจิตใจของเด็กและคนในครอบครัว
การเจ็บป่วยเรื้อรังส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กไม่น้อย พวกเขาอาจรู้สึกกังวลเรื่องการไปโรงเรียนหรือการใช้ชีวิตกับเพื่อนฝูง คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยพูดคุยให้กำลังใจ สร้างความเข้าใจว่าโรคนี้สามารถควบคุมได้หากกินยาตามหมอสั่งและมาพบแพทย์สม่ำเสมอ การมีครอบครัวที่เข้าใจและโอบกอดความรู้สึกของเด็กคือยาวิเศษที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้