ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เหตุการณ์ไม่คาดฝันกับรอยแผลในใจที่มองไม่เห็น

หลายคนอาจเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุรุนแรง ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ที่คุกคามความปลอดภัยของชีวิตและจิตใจอย่างรุนแรง หลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ร่างกายอาจจะเริ่มกลับมาปกติ แต่ความรู้สึกข้างในใจกลับเหมือนมีบางอย่างติดค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ที่ฉายซ้ำ ความกลัว หรืออาการตื่นตระหนก ซึ่งภาวะเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่สมองพยายามประมวลผลกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องน่าอายและไม่ใช่ความอ่อนแอของจิตใจแต่อย่างใด

สัญญาณเตือนเมื่อจิตใจยังติดอยู่ในความทรงจำ

เมื่อเราเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ สมองจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อความอยู่รอด ผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญอาจแสดงออกมาในหลายรูปแบบในช่วงแรก ได้แก่

  • การเห็นภาพย้อนกลับหรือเหตุการณ์นั้นฉายซ้ำๆ ในความคิดเหมือนเกิดขึ้นใหม่
  • อาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก
  • ความรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ตกใจง่าย หรือระแวงเสียงดังผิดปกติ
  • การพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ ผู้คน หรือกิจกรรมที่ทำให้นึกถึงเรื่องเดิมๆ
  • รู้สึกชาด้าน หรือไม่สามารถแสดงความรู้สึกยินดีหรือเสียใจได้อย่างที่เคยเป็น

ทำไมสมองถึงลืมไม่ได้และทำไมความกลัวถึงยังคงอยู่

โดยธรรมชาติสมองส่วนที่รับผิดชอบเรื่องความจำและความกลัวจะทำงานหนักเป็นพิเศษหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เพื่อจดจำและป้องกันไม่ให้เราเผชิญกับอันตรายนั้นอีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังจากเหตุการณ์ อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเวลาผ่านไปเกินกว่าหนึ่งเดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรุนแรงจนกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเข้าข่ายภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ ซึ่งต้องการการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยปรับสมดุลการทำงานของสมองให้กลับมาเป็นปกติ

ขั้นตอนการดูแลใจตัวเองหลังเจอเรื่องร้าย

หากเพิ่งผ่านเหตุการณ์กระทบกระเทือนใจมา สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่เร่งรัดตัวเองให้หายเป็นปกติในทันที หมอแนะนำแนวทางดังนี้

  • ยอมรับความรู้สึกตัวเอง: การร้องไห้ เสียใจ หรือโกรธ เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ อย่าตำหนิตัวเองที่รู้สึกแบบนี้
  • ปรับตารางชีวิตให้คงที่: พยายามกินอาหารให้ครบมื้อและพักผ่อนให้เป็นเวลา แม้จะทำได้ยากในช่วงแรก แต่กิจวัตรที่สม่ำเสมอจะช่วยให้สมองรู้สึกถึงความปลอดภัย
  • พูดคุยกับคนใกล้ชิด: ระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจได้โดยไม่ต้องฝืนลงรายละเอียดหากยังไม่พร้อม
  • งดเสพข่าวสารที่ตอกย้ำเหตุการณ์: การดูภาพหรืออ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จะเป็นการกระตุ้นให้สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ

หากสังเกตว่าอาการต่างๆ ไม่ลดลงแต่กลับแย่ลงเรื่อยๆ เช่น เริ่มมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง การใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อหนีจากความรู้สึก หรืออาการตื่นตระหนกจนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตปกติได้ นี่คือสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา การรักษาด้วยการพูดคุยบำบัดหรือการใช้ยาเพื่อปรับสารเคมีในสมองจะช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น อย่ารอจนถึงวันที่อาการรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว การขอความช่วยเหลือคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการเยียวยาที่ดีที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down