ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันสร้างรอยแผลในใจ

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการนอนไม่หลับ ฝันร้ายซ้ำๆ หรือรู้สึกหวาดระแวงกับสิ่งรอบข้าง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยใช้ชีวิตปกติสุข นี่คือสัญญาณที่ร่างกายและจิตใจกำลังบอกเราว่า ผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกำลังทำงานอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้หมายถึงแค่ภัยพิบัติรุนแรงเท่านั้น แต่อาจเป็นอุบัติเหตุ การสูญเสียกะทันหัน หรือเหตุการณ์ใดก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกสิ้นไร้หนทางและหวาดกลัวอย่างขีดสุดจนเกินกว่าที่จิตใจจะรับมือได้ไหวในขณะนั้น

สัญญาณเตือนที่ร่างกายและสมองกำลังบอกคุณ

ผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญไม่ได้มีแค่ความเศร้า แต่แสดงออกผ่านความผิดปกติหลายด้านที่คุณอาจมองข้ามไป

  • ด้านความทรงจำและการรับรู้: มีภาพเหตุการณ์ย้อนกลับมาในหัวเหมือนหนังฉายซ้ำ หรือรู้สึกเหมือนเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นจริงๆ อีกครั้ง
  • ด้านอารมณ์: รู้สึกชาชิน ไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ หรือมีอาการตื่นตกใจง่ายผิดปกติแม้จะเป็นแค่เสียงดังเพียงเล็กน้อย
  • ด้านร่างกาย: ใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น หรือมีอาการปวดหัวปวดท้องโดยหาสาเหตุทางกายไม่ได้

ทำไมสมองถึงติดกับดักความทรงจำเหล่านั้น

โดยปกติแล้ว สมองจะมีระบบประมวลผลความทรงจำเพื่อเก็บเหตุการณ์ต่างๆ ไว้เป็นบทเรียน แต่เมื่อเราเจอเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก สมองส่วนที่ทำหน้าที่จัดการอารมณ์จะทำงานหนักเกินไป จนข้อมูลเหล่านั้นไม่ถูกย่อยและจัดเก็บให้เข้าที่ มันจึงค้างอยู่ในสมองส่วนที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยและสัญชาตญาณเอาตัวรอด ทำให้ร่างกายของคุณยังคงอยู่ในโหมดสู้หรือหนีตลอดเวลา แม้สถานการณ์จริงจะปลอดภัยแล้วก็ตาม

การดูแลตัวเองเบื้องต้นในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน ลองเริ่มต้นจากสิ่งเหล่านี้

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัย: พยายามหาสถานที่หรือกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกมั่นคงและควบคุมสถานการณ์ได้
  • ปรับตารางชีวิตให้คงที่: การทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลาจะช่วยให้สมองรู้สึกถึงความปกติสุขมากขึ้น
  • ระบายความรู้สึกอย่างถูกวิธี: การเขียนบันทึกหรือพูดคุยกับคนที่ไว้วางใจช่วยปลดปล่อยความอัดอั้นได้ดีกว่าการเก็บไว้คนเดียว

เมื่อไหร่ที่ควรวางใจให้แพทย์ช่วยดูแล

หากคุณเริ่มสังเกตว่าอาการที่เป็นอยู่ทำให้ไม่สามารถออกไปทำงาน ไปเรียน หรือทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมชีวิตตัวเองได้อีกต่อไป นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าควรมาพบผู้เชี่ยวชาญ การรักษาในปัจจุบันมีวิธีที่ช่วยให้สมองค่อยๆ เรียนรู้ที่จะวางเหตุการณ์เหล่านั้นลงได้ ผ่านการพูดคุยบำบัดหรือการปรับสมดุลสารเคมีในสมอง เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างที่เคยเป็น

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down