หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยความกังวลใจ หลังจากผลตรวจสุขภาพประจำปีโชว์ค่าตับที่สูงกว่าปกติ หรือบางคนมีพฤติกรรมที่ใช้งานตับหนักมานาน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มแอลกอฮอล์ นอนดึก หรือทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ คำถามที่หมอมักจะได้ยินบ่อยที่สุดคือ ตับของเราที่โทรมไปแล้วเนี่ย จะกลับมาฟื้นฟูให้แข็งแรงเหมือนเดิมได้ไหม?
ข่าวดีคือ ตับเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองสูงมากครับ ขอแค่เราหยุดพฤติกรรมทำร้ายตับ แล้วเสริมพลังด้วยสารอาหารที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ ตับก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวและกลับมาทำหน้าที่กรองของเสียให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
ตับพังจากอะไร และทำไมสารอาหารถึงสำคัญขนาดนั้น?
เวลาที่ตับต้องทำงานหนัก เช่น การกำจัดพิษจากแอลกอฮอล์ หรือเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ตับจะเกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเปรียบเสมือนการเกิดสนิมที่กัดกินเซลล์ตับทีละน้อย จนเซลล์อักเสบและตายไปกลายเป็นพังผืด
การที่เราเติมสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารเฉพาะทางเข้าไป ก็เหมือนกับการส่งทีมช่างเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ พร้อมกับเคลียร์พื้นที่ไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลาม มาดูกันว่าสารอาหารตัวไหนบ้างที่ตับกำลังร้องขอ
วิตามินอีและวิตามินซี: คู่หูนักรบต้านอนุมูลอิสระ
เริ่มต้นด้วยสองวิตามินพื้นฐานที่เราคุ้นเคยกันดี แต่มีบทบาทสำคัญมากในการปกป้องเซลล์ตับ
วิตามินอีเกราะป้องกันไขมันเกาะตับ
วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงเข้าไปทำงานในเนื้อเยื่อไขมันของตับได้ดีมาก มีงานวิจัยสนับสนุนชัดเจนว่าช่วยลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับได้ดี ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ตับถูกทำลายจากภาวะไขมันสะสม แต่อย่างไรก็ตาม การทานวิตามินอีเสริมควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์เพื่อความปลอดภัย
วิตามินซีตัวช่วยเสริมพลังภูมิคุ้มกัน
วิตามินซีไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องหวัด แต่ยังเป็นตัวช่วยรีไซเคิลวิตามินอีให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง พร้อมทั้งช่วยลดความเครียดให้อภิมหาอวัยวะอย่างตับได้เป็นอย่างดี
วิตามินบีรวม: เตาปฏิกรณ์พลังงานของเซลล์ตับ
ถ้าไม่มีวิตามินกลุ่มบี ตับจะทำงานอย่างยากลำบากมาก เพราะวิตามินบีรวม โดยเฉพาะ บี1 บี6 และบี12 ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ที่ตับต้องจัดการ
- วิตามินบี1 และ บี6: ช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ และช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิษ
- วิตามินบี12: ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย
คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมักจะขาดวิตามินกลุ่มนี้อย่างรุนแรง การเติมวิตามินบีจึงเป็นขั้นตอนแรกๆ ที่ร่างกายต้องการเพื่อฟื้นฟูพลังงานให้เซลล์ตับกลับมาทำงานได้คล่องตัว
แร่ธาตุตัวจิ๋วแต่แจ๋ว: ซีลีเนียมและสังกะสี
นอกจากวิตามินแล้ว เกลือแร่บางตัวก็ขาดไม่ได้ในการฟื้นฟูตับ
ซีลีเนียมแร่ธาตุสร้างเกราะคุ้ม
ซีลีเนียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระตัวหลักในร่างกาย ช่วยปกป้องตับจากการถูกทำลายจากสารพิษโลหะหนักและสารเคมีต่างๆ แหล่งอาหารที่มีซีลีเนียมสูงได้แก่ ถั่วบราซิล อาหารทะเล และไข่
สังกะสีตัวช่วยสมานแผลในตับ
สังกะสีหรือซิงค์มีส่วนช่วยในกระบวนการแบ่งเซลล์และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ ช่วยลดการอักเสบและป้องกันไม่ให้พังผืดก่อตัวขึ้นในตับเมื่อเกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง
ปรับสมดุลชีวิตร่วมกับการเลือกสารอาหารให้ถูกจุด
การทานวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูตับนั้น จะไม่ได้ผลเลยถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบเดิม การดูแลตับที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการเลือกทานอาหารจากธรรมชาติให้ครบ 5 หมู่ ลดของทอด ของมัน แอลกอฮอล์ และน้ำตาลฟรุกโตสสูง ควบคู่ไปกับการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้เวลาตับได้ซ่อมแซมตัวเองในช่วงเวลานอนหลับ หากใครที่มีโรคประจำตัวหรือค่าตับสูงผิดปกติ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับคำแนะนำในการทานวิตามินเสริมที่เหมาะสมกับร่างกายที่สุดครับ