ในฐานะหมอเด็ก คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะถามหมออยู่เสมอเวลาพาลูกมาตรวจสุขภาพก็คือ ลูกกินนมพอไหม หมอจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกไม่ได้หิวโซหรือกำลังขาดน้ำ เพราะนมแม่ก็อยู่ในเต้ามองไม่เห็นปริมาณ ส่วนนมผงบางทีลูกก็กินบ้างเหลือบ้างจนเดาใจไม่ถูก
วิธีที่ง่าย แม่นยำ และทำได้เองที่บ้านทันทีคือ การประเมินภาวะขาดน้ำในทารกจากจำนวนผ้าอ้อมที่เปียกปัสสาวะ ในแต่ละวัน ซึ่งปัสสาวะของเจ้าตัวเล็กเปรียบเสมือนไดอารี่สุขภาพที่บอกเราได้อย่างดีว่า ร่างกายของเขาได้รับน้ำและนมเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่
ทำไมการนับผ้าอ้อมเปียกถึงบอกสุขภาพของลูกได้ดีที่สุด?
ร่างกายของทารกแรกเกิดประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ และระบบไตของเขายังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เมื่อลูกได้รับนมแม่หรือนมผสมในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายจะขับส่วนเกินออกมารูปแบบของปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ แต่หากเมื่อใดก็ตามที่ลูกได้รับน้ำนมน้อยเกินไป หรือร่างกายสูญเสียน้ำจากอาการท้องเสีย ไข้สูง หรืออาเจียน ร่างกายจะพยายามสงวนน้ำไว้ ทำให้ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีเลย ดังนั้น การสังเกตและจดบันทึกการเปลี่ยนผ้าอ้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม
เบบี๋ต้องฉี่วันละกี่ครั้ง ถึงจะมั่นใจได้ว่าได้น้ำเพียงพอ?
ในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด ขนาดกระเพาะของทารกยังเล็กมากเท่าลูกมะนาว และปริมาณน้ำนมแม่ยังเป็นหัวน้ำนมที่มีปริมาณน้อยแต่สารอาหารสูง ดังนั้น จำนวนครั้งของการปัสสาวะจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอายุของลูกดังนี้
ตารางนับผ้าอ้อมเปียกสำหรับเจ้าตัวเล็กในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด
- ทารกอายุ 1 วัน: ควรมีผ้าอ้อมเปียกอย่างน้อย 1 ผืน
- ทารกอายุ 2 วัน: ควรมีผ้าอ้อมเปียกอย่างน้อย 2 ผืน
- ทารกอายุ 3 วัน: ควรมีผ้าอ้อมเปียกอย่างน้อย 3 ผืน
- ทารกอายุ 4 วัน: ควรมีผ้าอ้อมเปียกอย่างน้อย 4 ผืน
- ทารกอายุ 5 วันขึ้นไป: ควรมีผ้าอ้อมเปียกชุ่มอย่างน้อย 6 ผืนขึ้นไปต่อวัน
หลังจากผ่านสัปดาห์แรกไปแล้ว เกณฑ์มาตรฐานที่ปลอดภัยคือลูกควรปัสสาวะอย่างน้อยวันละ 6 ครั้งขึ้นไป โดยปัสสาวะที่ดีควรมีสีเหลืองอ่อนใส และไม่มีกลิ่นฉุน
วิธีเช็กความเปียกของผ้าอ้อม เรื่องเล็กๆ ที่ต้องสังเกตอย่างจริงจัง
เทคโนโลยีผ้าอ้อมสำเร็จรูปในปัจจุบันซึมซับได้ดีเยี่ยมจนบางครั้งแห้งสนิทจนคุณพ่อคุณแม่ดูด้วยตาเปล่าไม่ออก หมอแนะนำให้ใช้เทคนิคเหล่านี้ในการประเมิน
- สังเกตแถบวัดความชื้น: ผ้าอ้อมสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะมีแถบสีด้านนอกที่จะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวเมื่อสัมผัสความเปียกชื้น
- ลองสัมผัสและยกดูน้ำหนัก: ผ้าอ้อมที่เปียกปัสสาวะจริงจะมีน้ำหนักหน่วงมือและรู้สึกนุ่มเหมือนเจลอุ้มน้ำหนาๆ ต่างจากผ้าอ้อมสะอาดที่เบาหวิว
- เปรียบเทียบน้ำหนักด้วยน้ำเปล่า: หากยังไม่มั่นใจ ลองนำน้ำเปล่าประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะเทลงบนผ้าอ้อมสะอาดผืนใหม่ เพื่อให้คุ้นเคยกับน้ำหนักและสัมผัสของผ้าอ้อมที่เปียกปัสสาวะของจริง
สัญญาณเตือนอื่นที่บ่งบอกว่าลูกกำลังขาดน้ำ นอกเหนือจากผ้าอ้อมแห้ง
หากปัสสาวะลดลง ร่วมกับมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าเจ้าตัวเล็กอาจเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดน้ำที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
- คราบสีส้มอมชมพูในผ้าอ้อม: เกิดจากผลึกยูเรต (Urate Crystals) ซึ่งมักพบในปัสสาวะที่เข้มข้นมากๆ เนื่องจากทารกได้น้ำไม่พอ หากพบอาการนี้หลังอายุ 4-5 วันขึ้นไป ควรรีบปรึกษาแพทย์
- ริมฝีปากและในปากแห้งผาก: ไม่มีน้ำลายซึมเยิ้มเหมือนปกติ
- ร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา: เมื่อลูกร้องไห้โยเยแต่กลับไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาเลย
- กระหม่อมบุ๋มลึก: บริเวณจุดนิ่มบนศีรษะของลูกดูบุ๋มลงไปมากกว่าปกติ
- ซึมลง หรือหงุดหงิดง่าย: ลูกดูเพลีย ไม่มีแรง หลับลึกปลุกยากผิดปกติ หรือร้องกวนตลอดเวลาเนื่องจากกระหายน้ำ
อาการแบบไหนของลูกรัก ที่ต้องรีบพาไปพบหมอทันที
การปล่อยให้ทารกขาดน้ำเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและการทำงานของไตได้รวดเร็วกว่าในผู้ใหญ่มาก หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกปัสสาวะน้อยกว่า 6 ครั้งต่อวันหลังจากอายุได้ 5 วันแล้ว ร่วมกับมีอาการซึมลง ปากแห้ง กระหม่อมบุ๋ม หรือไม่ยอมดูดนมเลยนานกว่า 4 ชั่วโมง นี่คือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาเบบี๋มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ เพื่อให้คุณหมอได้ประเมินและช่วยเติมน้ำให้ร่างกายของเจ้าตัวเล็กกลับมาสดใสแข็งแรงเหมือนเดิม