ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตรวจสุขภาพทีไร น้ำตาลในเลือดก็ยังปกติดี ทำไมช่วงนี้ถึงรู้สึกเพลียและอ้วนง่ายจัง?

เวลาตรวจเลือดประจำปี หลายคนมักจะโล่งใจเมื่อเห็นว่าระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของเราอาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนบางอย่างผ่านความเหนื่อยเรื้อรัง รอบพุงที่เพิ่มขึ้น หรือผิวบริเวณข้อพับที่เริ่มคล้ำลง อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่มักมีจุดเริ่มต้นมาจากกลไกภายในที่ทำงานผิดเพี้ยนไปทีละน้อย ซึ่งก็คือภาวะดื้อต่ออินซูลินที่แอบซ่อนอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว

อินซูลินคืออะไร และทำไมร่างกายถึงดื้อขึ้นมาดื้อๆ?

เปรียบอินซูลินเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่ร่างกายสร้างขึ้นจากตับอ่อน มีหน้าที่ไขประตูเซลล์ต่างๆ เพื่อให้น้ำตาลกลูโคสจากอาหารที่เรากินเข้าไป เข้าไปข้างในเซลล์เพื่อแปลงเป็นพลังงาน แต่เมื่อเรากินอาหารที่มีน้ำตาลสูง แป้งขัดขาว หรือกินจุบกินจิบตลอดทั้งวัน ตับอ่อนจะต้องผลิตอินซูลินออกมาปริมาณมหาศาลครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อจัดการกับน้ำตาลที่ล้นทะลัก

เมื่อเซลล์ต้องรับกุญแจดอกเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน นานวันเข้าแม่กุญแจที่ประตูเซลล์ก็เริ่มด้านและปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมเปิดรับอินซูลินอีกต่อไป ภาวะนี้เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน เมื่อน้ำตาลเข้าเซลล์ไม่ได้ มันจึงเคว้งคว้างอยู่ในกระแสเลือด และตับอ่อนก็ยิ่งต้องเร่งผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้ร่างกายพังทีละส่วน

สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อเซลล์ไม่ยอมรับอินซูลิน

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่สะสมมาหลายปีจนกระทั่งร่างกายแสดงอาการฟ้องออกมา ซึ่งสังเกตได้จากสิ่งเหล่านี้

  • อ้วนลงพุงโดยเฉพาะไขมันช่องท้อง: แม้จะกินน้อยลงแต่น้ำหนักก็ยังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง
  • หิวบ่อยและโหยของหวาน: กินข้าวอิ่มแล้วไม่นานก็รู้สึกอยากของหวานอีก เพราะพลังงานเข้าเซลล์ไม่ได้ สมองจึงสั่งให้หาอาหารเพิ่ม
  • สมองล้าและเพลียระหว่างวัน: รู้สึกสมองตื้อ ไม่ค่อยมีแรงในช่วงบ่ายหลังจากมื้อเที่ยง
  • ผิวหนังมีความผิดปกติ: เริ่มมีรอยดำหนาบริเวณหลังคอ รักแร้ หรือข้อพับ ซึ่งเป็นสัญญาณทางผิวหนังที่ชัดเจนของระดับอินซูลินที่สูงเกินไป

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไรให้เซลล์กลับมาตอบสนองอินซูลินได้อีกครั้ง?

ข่าวดีคือ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน สามารถแก้ไขและฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องพึ่งยาตั้งแต่เริ่มต้น

เลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและลดน้ำตาลแปรรูป

ลองเปลี่ยนจากข้าวขาว ขนมปังขาว และเครื่องดื่มหวานๆ มาเป็นธัญพืชเต็มเมล็ด ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และผักใบเขียว อาหารเหล่านี้ย่อยช้า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ ไต่อย่างช้าๆ ตับอ่อนจึงไม่ต้องหลั่งอินซูลินออกมากระแทกกระทั้นในคราวเดียว

เว้นช่วงการกินอาหารด้วยวิธี Intermittent Fasting

การปล่อยให้ร่างกายได้พักจากการย่อยอาหารบ้าง เป็นการเปิดโอกาสให้ระดับอินซูลินในเลือดลดต่ำลง เปิดทางให้ร่างกายดึงไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงาน การเว้นช่วงมื้ออาหารที่เหมาะสมช่วยฟื้นฟูความไวของอินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ออกกำลังกายทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง

กล้ามเนื้อคือเตาเผาพลังงานชั้นดี การสร้างมวลกล้ามเนื้อด้วยการยกเวทควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะช่วยเพิ่มช่องทางให้น้ำตาลถูกดึงเข้าไปใช้โดยไม่ต้องพึ่งอินซูลินจำนวนมาก เซลล์ในร่างกายก็จะกลับมาตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้นตามลำดับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down