ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนไข้โรคหอบหืดหรือหลอดลมอักเสบ เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจแล้วได้ยินหมอแนะนำให้ใช้ยาส่วนผสมสเตียรอยด์ชนิดพ่น หลายคนมักจะตกใจและกังวลใจไปตามๆ กัน เพราะติดภาพจำว่ายาสเตียรอยด์เป็นยาอันตราย กินแล้วตัวบวม ภูมิต้านทานต่ำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยาพ่นขยายหลอดลมและยาลดอักเสบเฉพาะที่นั้นทำงานแตกต่างจากการกินหรือการฉีดอย่างสิ้นเชิง

วันนี้หมอเลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันแบบเคลียร์ชัดว่า ทำไมการพ่นยาถึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาโรคทางเดินหายใจ และช่วยชีวิตคนไข้มานักต่อนักแล้วครับ

กินยาแก้ไอทั่วไปกับพ่นยาโดยตรง ต่างกันอย่างไร?

เวลาเรากินยาเข้าไป เม็ดพ่นยาจะวิ่งเข้าสู่กระเพาะอาหาร ดูดซึมเข้ากระแสเลือด แล้วกระจายไปทั่วร่างกาย กว่ายาจะเดินทางไปถึงหลอดลมที่มีการอักเสบและตีบตัน ปริมาณยาจึงเจือจางลงไปมาก แถมยังต้องเผื่อแผ่ไปออกฤทธิ์กับอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น ทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ง่าย

แต่การพ่นยาเปรียบเสมือนการส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปจัดการปัญหาถึงหน้าบ้าน ตัวยาที่เป็นละอองฝอยขนาดเล็กจะถูกสูดหายใจลึกๆ ผ่านทางปากหรือจมูก แล้วเดินทางตรงดิ่งไปเกาะติดที่เยื่อบุหลอดลมส่วนที่กำลังบวมและอักเสบอยู่ทันที วิธีนี้ทำให้เราใช้ยาในปริมาณที่น้อยมากๆ แต่ได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่เข้มข้นตรงจุด โดยแทบไม่หลงเหลือยาไปรบกวนอวัยวะส่วนอื่นในร่างกายเลย

กลไกการลดการอักเสบเฉพาะที่ ที่ทำให้เราหายใจโล่งขึ้น

หลอดลมของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด จะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก เช่น ฝุ่น ควัน หรืออากาศเย็น เมื่อไปสัมผัสเข้า เยื่อบุหลอดลมจะเกิดอาการบวมแดง มีเมือกเหนียวข้นออกมาอุดตัน และกล้ามเนื้อรอบหลอดลมก็หดเกร็งตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลมหายใจเข้าออกลำบาก เกิดเสียงวี๊ดและอาการแน่นหน้าอก

การที่เราใช้ยาพ่นที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบเข้าไปทำความสะอาดและลดบวมที่เยื่อบุหลอดลมโดยตรง จะช่วยคืนความกว้างให้กับทางเดินหายใจ ทำให้ผนังหลอดลมที่เคยหนาตัวจากอาการอักเสบเรื้อรังค่อยๆ ยุบลง อาการไอ แน่น หอบ จึงทุเลาลงอย่างรวดเร็วและยั่งยืนกว่าการกินยาแก้ไอทั่วไป

ความเข้าใจผิดยอดฮิตเรื่องยาพ่นที่หมอต้องรีบแก้

คนไข้หลายคนมักหยุดยาพ่นทันทีที่อาการหายใจโล่งเป็นปกติ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและอันตรายมาก เพราะอาการไอหรือหอบที่หายไป เป็นเพียงผลจากการขยายตัวของหลอดลมชั่วคราว แต่ตัวเยื่อบุข้างในยังคงมีความอักเสบซ่อนอยู่

หากหยุดยาเองกลางคัน การอักเสบเรื้อรังนั้นจะลุกลามต่อ ทำให้หลอดลมเริ่มหนาตัวถาวร จนในอนาคตอาจทำให้รักษาได้ยากขึ้น ดังนั้น การพ่นยาต่อเนื่องตามแพทย์สั่งจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ห้ามละเลยเด็ดขาด

วิธีดูแลตัวเองและเทคนิคพ่นยาให้ได้ผลดีที่สุด

การจะพ่นยาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เทคนิคการสูดดมถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าพ่นผิดวิธี ตัวยาจะไปติดอยู่แค่ที่ลิ้นหรือลำคอ ไม่ยอมวิ่งลงไปถึงหลอดลมฝอย

  • หายใจออกให้สุด: ก่อนพ่นยา ให้ไล่อากาศออกจากปอดให้หมดด้วยการหายใจออกยาวๆ
  • กดและสูดพร้อมกัน: กดกระป๋องยาหนึ่งครั้งพร้อมกับสูดหายใจเข้าทางปากช้าๆ และลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • กลั้นหายใจนับหนึ่งถึงสิบ: หลังสูดยาเข้าไปแล้ว ให้กลั้นหายใจไว้ประมาณ 10 วินาที เพื่อให้ละอองยาตกตะกอนเกาะที่เยื่อบุหลอดลมอย่างเต็มที่
  • บ้วนปากทุกครั้ง: สำหรับยาพ่นที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หลังพ่นเสร็จต้องบ้วนปากและกลั้วคอ รวมถึงล้างหน้าทันที เพื่อป้องกันเชื้อราในช่องปากและอาการเสียงแหบ

การดูแลรักษาเยื่อบุหลอดลมให้อักเสบน้อยที่สุด ผ่านทางการพ่นยาอย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยลดความทรมานจากอาการหอบกำเริบในแต่ละวันเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องปอดของเราให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในระยะยาวอีกด้วยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down