ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ซื้อแซลมอนดิบมาแล้ว แช่ตู้เย็นแบบไหนถึงจะปลอดภัยจากเชื้อโรค

เวลาเดินไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านอาหารญี่ปุ่น หลายคนมักจะอดใจไม่ไหวกับความนุ่มละมุนของแซลมอนดิบ พอนำกลับมาบ้านแล้วทานไม่หมด หรือบางคนซื้อเก็บไว้ทำกินเอง การเก็บรักษาปลาแซลมอนดิบในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อป้องกันเชื้อโรค ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่หมออยากเตือน เพราะเนื้อปลาสดๆ แบบนี้เป็นแหล่งสะสมชั้นดีของแบคทีเรียตัวร้ายอย่าง วิบริโอ (Vibrio) หรือ ลิสเตอเรีย (Listeria) ซึ่งถ้าเราเก็บรักษาไม่ถูกวิธี แบคทีเรียพวกนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วและทำให้เราท้องเสียรุนแรงได้

ตู้เย็นช่องธรรมดากับช่องแช่แข็ง เลือกอุณหภูมิไหนดีที่สุดสำหรับเนื้อปลา

ในฐานะหมอ เวลาคนไข้มาด้วยอาการอาหารเป็นพิษจากการกินปลาสด มักจะพบว่าปัญหาเริ่มตั้งแต่การวางเนื้อปลาทิ้งไว้ข้างนอก หรือการปรับอุณหภูมิความเย็นในตู้เย็นไม่ถึงเกณฑ์ที่เชื้อโรคจะหยุดเติบโต ความจริงแล้วเนื้อปลาแซลมอนสำหรับทานดิบควรถูกเก็บที่อุณหภูมิต่ำมากๆ เพื่อฟรีซการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

เคล็ดลับการปรับความเย็นช่องแช่เย็นปกติ

หากจะทานภายใน 1-2 วัน ให้เก็บไว้ในส่วนที่เย็นที่สุดของตู้เย็น ซึ่งมักจะเป็นชั้นล่างสุดติดกับช่องฟรีซ โดยอุณหภูมิควรอยู่ที่ 0 ถึง 4 องศาเซลเซียส ห้ามวางไว้ที่ประตูตู้เย็นเด็ดขาดเพราะอุณหภูมิจะแกว่งตลอดเวลาเวลาที่เราเปิดปิดตู้เย็น

วิธีฟรีซเนื้อปลาให้ปลอดภัยถ้ายังไม่กิน

ถ้าซื้อมาเยอะแล้วยังไม่กินทันที การเก็บรักษาปลาแซลมอนดิบในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อป้องกันเชื้อโรคคือการเอาเข้าช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียสทันที วิธีนี้จะช่วยหยุดการทำงานของแบคทีเรียส่วนใหญ่ได้ แต่ต้องจำไว้ว่าเมื่อนำออกมาละลายแล้ว ห้ามนำกลับไปแช่แข็งซ้ำอีกเด็ดขาด

เทคนิคห่อและจัดเก็บเนื้อปลาไม่ให้แบคทีเรียปนเปื้อน

นอกจากเรื่องความเย็นแล้ว ภาชนะที่ใช้เก็บก็สำคัญไม่แพ้กัน หมอแนะนำให้ล้างมือให้สะอาดก่อนจับเนื้อปลาทุกครั้ง จากนั้นซับน้ำออกเบาๆ ด้วยกระดาษออนลี่สำหรับทำอาหาร แล้วห่อด้วยพลาสติกแรปให้แน่นสนิทหลายๆ ชั้น หรือใส่กล่องสุญญากาศเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นไปรบกวนอาหารอื่น และที่สำคัญคือต้องแยกเนื้อปลาออกจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ดิบอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนข้ามของเชื้อโรค

สัญญาณเตือนจากหน้าตาและกลิ่น แบบนี้กินต่อไม่ได้แน่ๆ

ต่อให้เราพยายามควบคุมอุณหภูมิให้ดีแค่ไหน แต่ถ้าเนื้อปลาเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าเสีย ก็ควรตัดใจทิ้งทันที อย่าเสียดาย สังเกตง่ายๆ จากเนื้อปลาที่เริ่มเละ ไม่มีความเด้งสู้มือ สีซีดลง หรือมีเมือกเหนียวๆ ปกคลุม ที่สำคัญคือมีกลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นแอมโมเนียแรงเกินกว่ากลิ่นคาวปลาปกติ อาการเหล่านี้แปลว่าแบคทีเรียย่อยสลายเนื้อปลาไปเยอะแล้ว ขืนกินเข้าไปอาจจะต้องนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลไม่คุ้มกันเลย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down