ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนที่กำลังลุ้นเรื่องการมีลูก หรือรู้สึกว่าร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงแปลกๆ ไปหลังจากประจำเดือนขาดไปเพียงไม่กี่วัน มักจะเกิดความสงสัยและตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่กันแน่ที่จะสามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้เร็วที่สุด และต้องตรวจด้วยวิธีไหนถึงจะให้ผลแม่นยำ ชัดเจน โดยไม่ต้องนั่งกังวลหรือลุ้นจนเครียด

หมอมักจะเจอคุณแม่หลายคนที่รีบร้อนซื้อชุดตรวจมาทดสอบทันทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ได้เพียง 2-3 วัน แล้วพบว่าขึ้นเพียงขีดเดียวจนรู้สึกผิดหวัง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเรามีกลไกและระยะเวลาตามธรรมชาติในการสร้างสัญญาณเตือนที่ต้องใช้เวลาสักระยะ บทความนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังถึงกลไกทั้งหมดเกี่ยวกับการตรวจพบการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้นอย่างละเอียด

สัญญาณเตือนจากร่างกาย ที่บอกว่าอาจกำลังเริ่มตั้งครรภ์

ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการใช้เครื่องมือตรวจ การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองถือเป็นเบาะแสแรกที่สำคัญมาก ในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังเกิดการปฏิสนธิ ร่างกายจะเริ่มปรับเปลี่ยนระดับฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการเหล่านี้:

  • เลือดฝังตัว หรือ เลือดล้างหน้ายางล้างหน้าจาน: มักเกิดขึ้นประมาณ 6-12 วันหลังการปฏิสนธิ โดยจะมีเลือดออกซึมๆ ปริมาณน้อยมาก สีชมพูอ่อนหรือน้ำตาล และมักจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ต่างจากประจำเดือนปกติ
  • คัดตึงเต้านม: เต้านมจะรู้สึกขยายใหญ่ขึ้น ขึงตึง หรือไวต่อการสัมผัส คล้ายกับช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่จะรู้สึกต่อเนื่องและชัดเจนกว่า
  • อ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา: เกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยง่ายแม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก
  • อาการปัสสาวะบ่อยขึ้น: มดลูกที่เริ่มขยายตัวและปริมาณเลือดในร่างกายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไตทำงานหนักขึ้นและส่งผลให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ

กลไกฮอร์โมน hCG และช่วงเวลาที่ตรวจพบการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้นได้เร็วที่สุด

การตรวจพบการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะด้วยการตรวจปัสสาวะหรือการเจาะเลือด มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การตรวจหาฮอร์โมนที่มีชื่อว่า hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะสร้างขึ้นจากเซลล์รก หลังจากที่ไข่ซึ่งผสมกับอสุจิแล้วเคลื่อนตัวไปฝังตัวที่ผนังมดลูกสำเร็จ

กระบวนการฝังตัวนี้มักใช้เวลาประมาณ 6 ถึง 10 วันหลังการตกไข่และการปฏิสนธิ หลังจากฝังตัวสำเร็จ ร่างกายจะเริ่มผลิตฮอร์โมน hCG และปริมาณฮอร์โมนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ 48-72 ชั่วโมง ดังนั้น หากเราทำการตรวจเร็วเกินไปก่อนที่ตัวอ่อนจะฝังตัว หรือก่อนที่ระดับฮอร์โมนจะสูงพอ เครื่องมือตรวจก็จะไม่สามารถตรวจจับฮอร์โมนนี้ได้ ทำให้เกิดผลลบปลอม (False Negative) ได้นั่นเอง

เทียบกันชัดๆ: ตรวจปัสสาวะเอง หรือเจาะเลือดที่คลินิก แบบไหนเหมาะกับเรา?

เมื่อพูดถึงวิธีการตรวจพบการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้น ปัจจุบันมี 2 วิธีหลักที่นิยมใช้ ซึ่งมีข้อดีและช่วงเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกัน ดังนี้:

1. การตรวจปัสสาวะด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ (Pregnancy Test Kit)

เป็นวิธีที่สะดวกและหาซื้อได้ง่ายที่สุด สามารถตรวจเจอได้หลังจากประจำเดือนขาดไปแล้วประมาณ 1 วัน หรือราวๆ 14 วันหลังวันตกไข่ แนะนำให้ใช้ปัสสาวะแรกในตอนเช้าหลังจากตื่นนอน เพราะเป็นช่วงที่ปัสสาวะมีความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG สูงที่สุดในรอบวัน

2. การตรวจเลือดหาระดับฮอร์โมน hCG (Serum hCG Test)

เป็นการตรวจทางการแพทย์ที่แม่นยำสูงมาก สามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้นได้เร็วที่สุด คือประมาณ 8-10 วันหลังการตกไข่ (หรือก่อนวันที่ประจำเดือนควรจะมาด้วยซ้ำ) การตรวจเลือดนอกจากจะบอกได้ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ ยังสามารถวัดปริมาณฮอร์โมนเป็นตัวเลขที่แน่นอน (Quantitative hCG) ซึ่งช่วยให้หมอนำไปติดตามความสมบูรณ์ของพัฒนาการครรภ์ หรือวินิจฉัยภาวะเสี่ยง เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก ได้อีกด้วย

ตรวจเจอ 2 ขีดจางๆ อย่าเพิ่งตกใจ แปลความหมายอย่างไรได้บ้าง?

อีกหนึ่งปัญหายอดฮิตที่คุณแม่หลายคนเจอเมื่อใช้ชุดตรวจปัสสาวะ คือการปรากฏผลเป็นขีดที่สองขึ้นมาแบบจางมากๆ จนไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือตั้งครรภ์จริงกันแน่ การขึ้น 2 ขีดจางๆ สามารถแปลผลได้ดังนี้:

  • เป็นการตั้งครรภ์ระยะเริ่มต้นมากๆ: ระดับฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะยังมีปริมาณน้อยอยู่ เนื่องจากเพิ่งมีการฝังตัว คำแนะนำคือให้เว้นระยะเวลาอีก 2-3 วัน แล้วนำชุดตรวจใหม่มาทดสอบซ้ำด้วยปัสสาวะมื้อเช้า ผลขีดที่สองควรจะเข้มขึ้นอย่างชัดเจน
  • อ่านผลเกินเวลาที่กำหนด (Evaporation Line): หากทิ้งแผ่นทดสอบไว้นานเกิน 5-10 นาที แล้วเพิ่งมาเห็นขีดจางๆ อาจเป็นรอยระเหยของน้ำปัสสาวะ ไม่ใช่ผลบวกที่แท้จริง
  • ปัสสาวะเจือจาง: หากดื่มน้ำมากเกินไปก่อนทำการตรวจ อาจทำให้ระดับฮอร์โมนโดนเจือจางจนแสดงผลออกมาจางได้

ตรวจพบว่าท้องแล้ว ขั้นตอนถัดไปควรทำอย่างไรและไปพบหมอเมื่อไหร่?

เมื่อทำการตรวจปัสสาวะแล้วขึ้น 2 ขีดชัดเจน หรือทำการตรวจเลือดยืนยันเรียบร้อยแล้วว่ามีการตั้งครรภ์ สิ่งที่ควรทำในลำดับถัดไปคือการวางแผนเข้าพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาพบหมอเพื่อตรวจอัลตราซาวด์นัดแรก คือช่วงอายุครรภ์ประมาณ 6-8 สัปดาห์ (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย) ในช่วงเวลานี้ การทำอัลตราซาวด์จะเริ่มมองเห็นถุงการตั้งครรภ์ (Gestational Sac) และสามารถตรวจวัดการเต้นของหัวใจของทารกได้แล้ว รวมถึงเป็นการยืนยันว่าตัวอ่อนฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูกอย่างปลอดภัย ไม่ได้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก

ระหว่างที่รอพบแพทย์ ควรดูแลตัวเองเบื้องต้นด้วยการงดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการทานยาซื้อเองโดยไม่ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ และเริ่มรับประทานวิตามินเสริมกรดโฟลิก (Folic Acid) เพื่อช่วยในการสร้างระบบประสาทและสมองของทารกตั้งแต่ระยะแรกเริ่มนี้ได้ทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down