กินส้มตำปูปลาร้าหรือไข่ลวกมา แล้วทำไมปวดท้องบิดรุนแรงขนาดนี้
เวลาคนไข้เดินเข้ามาที่ห้องตรวจด้วยอาการปวดท้องบิดเกร็ง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ และมีไข้สูง สิ่งแรกๆ ที่หมอมักจะถามเสมอก็คือ เมื่อวานไปทานอะไรมาบ้าง เพราะอาการเหล่านี้มักไม่ใช่แค่เรื่องของอาการอาหารไม่ย่อยธรรมดา แต่มีโอกาสสูงมากที่จะมาจากเจ้าแบคทีเรียตัวร้ายที่ชื่อว่า ซัลโมเนลลา ซึ่งแอบซ่อนมากับอาหารที่เราทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
ซัลโมเนลลาคืออะไร ทำไมถึงทำให้เรานอนซมได้ขนาดนี้
เจ้าซัลโมเนลลาเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ชอบอาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของสัตว์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไก่ หมู เป็ด หรือแม้กระทั่งไข่ไก่ที่เราทานกันอยู่ทุกวัน เมื่อเราทานอาหารที่ปรุงไม่สุก หรืออาหารที่ตั้งทิ้งไว้นานจนบูดเสีย เจ้าเชื้อตัวนี้ก็จะหลุดรอดเข้ามาในร่างกายของเรา เมื่อมันเดินทางไปถึงลำไส้ มันจะเริ่มปล่อยพิษและทำลายเยื่อบุลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ร่างกายจึงพยายามขับมันออกด้วยการอาเจียนและถ่ายท้อง
สังเกตอาการเตือน ท้องเสียธรรมดากับโรคอาหารเป็นพิษจากเชื้อซัลโมเนลลาต่างกันอย่างไร
อาการท้องเสียทั่วไปมักจะดีขึ้นเองภายในหนึ่งหรือสองวัน แต่ถ้าเป็นโรคอาหารเป็นพิษจากเชื้อซัลโมเนลลา อาการมักจะมาแบบจัดเต็มและมีความรุนแรงมากกว่า โดยมักจะแสดงอาการออกมาภายใน 6 ถึง 72 ชั่วโมงหลังจากทานอาหารปนเปื้อนเข้าไป อาการหลักๆ ที่ต้องสังเกตมีดังนี้
ปวดท้องบิดเกร็ง: จะรู้สึกปวดมวนท้องเป็นพักๆ บริเวณรอบสะดือ
ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง: อาจถ่ายเป็นน้ำติดต่อกันหลายครั้งต่อวัน หรือในบางรายอาจมีมูกเลือดปน
มีไข้สูง: ต่างจากอาหารเป็นพิษทั่วไป เชื้อนี้มักทำให้ตัวร้อน ไข้ขึ้นสูงหนาวสั่น
คลื่นไส้ อาเจียน: รู้สึกพะอืดพะอม ทานอะไรไม่ลงแม้แต่น้ำเปล่า
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อท้องเสียรุนแรงจากอาหารเป็นพิษ
เมื่อรู้ตัวว่าน่าจะโดนพิษของเจ้าแบคทีเรียตัวนี้เล่นงานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันภาวะขาดน้ำ เพราะร่างกายสูญเสียเกลือแร่ไปจำนวนมากจากการถ่ายและอาเจียน วิธีการปฏิบัติตัวที่หมอแนะนำให้ทำทันทีมีดังนี้
จิบเกลือแร่โออาร์เอส: ค่อยๆ จิบน้ำเกลือแร่ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อให้ร่างกายดูดซึมน้ำกลับคืน ไม่ควรดื่มทีเดียวหมดขวดเพราะจะยิ่งกระตุ้นให้อาเจียน
ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย: เมื่อเริ่มทานได้ ให้เลือกทานโจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปใส หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด นม และอาหารไขมันสูงชั่วคราว
งดซื้อยาหยุดถ่ายทานเอง: การทานยาหยุดถ่ายทันทีในขณะที่ติดเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้เชื้อโรคถูกกักอยู่ในร่างกายและขับออกไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม
สัญญาณอันตรายแบบไหนที่ควรเก็บบัตรคิวมาหาหมอทันที
ส่วนใหญ่แล้วร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคนี้และหายได้เองภายใน 4 ถึง 7 วัน แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายเริ่มไม่ไหวและควรมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง เช่น การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำหรือยาปฏิชีวนะ
ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสดหรือมีสีดำคล้ำ
มีไข้สูงต่อเนื่องเกิน 38.5 องศาเซลเซียส และไม่ยอมลดลง
มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ตาโหล เวียนศีรษะมาก หรือแทบไม่ได้ปัสสาวะเลยตลอดทั้งวัน
ปวดท้องรุนแรงมากจนไม่สามารถนอนหลับหรือทำกิจกรรมอะไรได้
เคล็ดลับง่ายๆ ป้องกันเชื้อซัลโมเนลลาเข้าสู่ร่างกาย
การป้องกันย่อมดีกว่าการมารักษาทีหลัง เพราะโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยสุขอนามัยที่ดีในการรับประทานอาหาร หมออยากชวนให้ทุกคนใส่ใจเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น
ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ความร้อนต้องทั่วถึง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และไข่
แยกเขียงและมีดสำหรับหั่นเนื้อสัตว์ดิบออกจากอาหารที่พร้อมรับประทาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม
ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกินไป หากสงสัยว่าบูดหรือมีกลิ่นแปลกควรทิ้งทันที