ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

นั่งทำงานทั้งวัน ทำไมถึงปวดหลังจากสะโพกลามไปถึงคอ?

เวลาเปิดคอมพิวเตอร์แล้วนั่งทำงานยาวๆ หลายคนมักจะเผลอไหล่ห่อ คอพับ หรือนั่งไขว่ห้างโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปสักชั่วโมงสองชั่วโมง เริ่มมีอาการปวดเมื่อยตรงบ่าและต้นคอ พอนานวันเข้าอาการปวดนี้ก็ไม่ได้หายไปไหนแม้ว่าจะนอนหลับพักผ่อนแล้วก็ตาม อาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกเรื้อรังจากท่าทาง หรือที่หมอชอบเรียกว่า Postural Musculoskeletal Pain จึงกลายเป็นโรคประจำตัวของคนยุคใหม่ไปโดยปริยาย

กลไกเบื้องหลังอาการปวด เมื่อร่างกายส่งเสียงเตือนเพราะท่าทาง

หลายคนสงสัยว่าแค่นั่งทำงานธรรมดา ทำไมถึงทำให้เจ็บปวดรุนแรงได้ขนาดนี้ เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายๆ ว่า กล้ามเนื้อของเราถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว แต่เมื่อเราบังคับให้มันอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป เช่น การก้มหน้าดูมือถือนานหลายชั่วโมง น้ำหนักของศีรษะที่ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 กิโลกรัม จะเพิ่มภาระให้กับกล้ามเนื้อคอและบ่าเทียบเท่ากับของหนัก 20 กิโลกรัม กล้ามเนื้อจึงต้องเกร็งตัวตลอดเวลาเพื่อพยุงศีรษะไม่ให้ตกลงมา เมื่อเกร็งนานเข้า เลือดก็มาหล่อเลี้ยงไม่พอ เกิดเป็นกรดแลคติกสะสม กล้ามเนื้อจึงแข็งตึง เป็นปมกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่า Trigger Points ที่พอกดลงไปแล้วจะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที

เช็กด่วน ท่าทางแบบไหนที่กำลังทำลายกระดูกและข้อโดยไม่รู้ตัว

โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่สะสมมาจากพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ลองสำรวจตัวเองดูว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยแค่ไหน

  • ก้มหน้ามองจอสมาร์ทโฟนตลอดเวลา: ทำให้กระดูกคอส่วนบนรับภาระหนัก กล้ามเนื้อคอส่วนหลังยืดค้างเป็นเวลานาน
  • นั่งไขว่ห้างหรือนั่งทับขาข้างเดียว: ทำให้กระดูกสันหลังคดงอชั่วคราว สะโพกเอียงไม่เท่ากัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังทำงานชดเชยข้างเดียวจนเกิดความล้า
  • จัดโต๊ะทำงานไม่ถูกต้อง: เช่น จอคอมพิวเตอร์ต่ำกว่าระดับสายตา ทำให้ต้องก้มหน้า หรือโต๊ะสูงเกินไปจนต้องยกไหล่พิมพ์งาน
  • สะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว: ทำให้กล้ามเนื้อบ่าข้างนั้นต้องเกร็งค้างตลอดเวลาเพื่อไม่ให้สายกระเป๋าหลุด

วิธีปรับท่าทางและการยืดเหยียดเพื่อบอกลาอาการปวดเรื้อรัง

การรักษาอาการปวดจากท่าทางที่ต้นเหตุ ดีกว่าการกินยาแก้ปวดไปเรื่อยๆ โดยไม่มีวันหาย หากต้องการให้ร่างกายกลับมาสมดุล ลองเริ่มทำตามคำแนะนำเหล่านี้

  • ปรับโต๊ะทำงานใหม่ (Ergonomics): หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ระดับสายตาพอดี แขนและข้อศอกทำมุม 90 องศาเมื่อพิมพ์งาน และเท้าต้องวางราบกับพื้น
  • พักเบรกทุก 45 นาที: ลุกขึ้นยืน เดินยืดเส้นยืดสาย หรือขยับข้อต่อคอและไหล่ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวเป็นเวลานาน
  • บริหารกล้ามเนื้อสะบัก: ท่าหนีบสะบักเข้าหากันค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง ช่วยดึงไหล่ที่ห่อกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางทันที

แม้ว่าอาการปวดกล้ามเนื้อจากท่าทางส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้ด้วยการพักผ่อนและการปรับพฤติกรรม แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะอาจไม่ใช่แค่เรื่องกล้ามเนื้อตึงธรรมดา

  • มีอาการชาลามลงไปที่แขนหรือขา รู้สึกเหมือนมีมดไต่ หรือแรงมือแรงเท้าลดลง
  • ปวดหลังรุนแรงตอนกลางคืนจนนอนไม่ได้ หรือปวดจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดหลัง หรือน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนกดทับเส้นประสาทส่วนปลายขั้นรุนแรง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down