ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หายใจเหนื่อยหอบแบบไหน ถึงขั้นต้องพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยหายใจ

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเห็นภาพคนไข้ในห้องฉุกเฉินหรือห้องไอซียูที่ต้องใส่หน้ากากออกซิเจนหรือเครื่องช่วยหายใจ หลายคนเกิดความกังวลว่าเครื่องมือเหล่านี้คือจุดสิ้นสุดของอาการป่วยหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนตัวช่วยประคองให้ร่างกายมีเวลาพักฟื้นและได้รับก๊าซออกซิเจนเพียงพอในช่วงที่ระบบหายใจทำงานหนักเกินไปจนเกือบจะล้มเหลว

ทำไมแค่หายใจเองถึงไม่พอในยามวิกฤต

เมื่อร่างกายเผชิญกับภาวะติดเชื้อรุนแรง ปอดอักเสบ หรือภาวะวิกฤตอื่นๆ ถุงลมในปอดมักจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ผิดปกติ ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เมื่ออวัยวะสำคัญอย่างสมองและหัวใจขาดออกซิเจน ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตทันที การให้ออกซิเจนเสริมจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าเซลล์ทุกส่วนยังคงทำงานต่อได้

หน้ากากออกซิเจนแบบต่างๆ ต่างกันอย่างไร

การให้ออกซิเจนมีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยคุณหมอจะเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมดังนี้

  • สายให้ออกซิเจนทางจมูก: เป็นการให้ออกซิเจนความเข้มข้นต่ำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ยังหายใจได้ดีแต่อาจมีระดับออกซิเจนต่ำเพียงเล็กน้อย
  • หน้ากากออกซิเจนแบบธรรมดา: ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนได้มากกว่าสายทางจมูก ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเหนื่อยมากขึ้น
  • หน้ากากออกซิเจนแบบมีถุงสำรอง: อุปกรณ์นี้จะให้ความเข้มข้นของออกซิเจนสูงขึ้นมาก เหมาะสำหรับคนไข้ที่เริ่มหอบเหนื่อยรุนแรงและต้องการก๊าซออกซิเจนปริมาณมากในแต่ละครั้งที่สูดหายใจ

เครื่องช่วยหายใจทำงานอย่างไรและทำไมต้องใส่

หากการให้ออกซิเจนผ่านหน้ากากไม่ได้ผล หรือคนไข้เหนื่อยล้าจนกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจเริ่มหมดแรง คุณหมออาจจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งมีสองรูปแบบหลักๆ คือ

การใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไม่สอดท่อ

เป็นการใช้หน้ากากที่ครอบแน่นพอดีกับใบหน้า ร่วมกับการเป่าลมแรงดันบวกเข้าไปช่วยดันให้ปอดขยายตัว เหมาะกับผู้ป่วยที่ยังรู้สึกตัวดีและร่วมมือในการรักษาได้ แต่เริ่มมีอาการเหนื่อยหอบรุนแรง

การใส่ท่อช่วยหายใจทางปาก

ในกรณีที่อาการหนักมากหรือผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว การใส่ท่อผ่านปากลงไปถึงหลอดลมจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้เครื่องจักรทำหน้าที่หายใจแทนร่างกายโดยตรง ช่วยลดการใช้พลังงานของปอดและร่างกาย ทำให้คนไข้ได้พักและมีโอกาสฟื้นตัวจากภาวะวิกฤตได้ดีขึ้น

ก้าวต่อไปเมื่อผ่านช่วงวิกฤตไปได้

การใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจและการให้ออกซิเจนในกรณีอาการรุนแรง ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาเพื่อรักษาชีวิตคนไข้ เมื่ออาการปอดดีขึ้น ระดับออกซิเจนคงที่ คุณหมอจะค่อยๆ ลดระดับการช่วยเหลือลงจนกระทั่งคนไข้สามารถกลับมาหายใจด้วยตัวเองได้อย่างปกติอีกครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือกำลังใจและการได้รับมาตรฐานการรักษาที่เหมาะสมและรวดเร็วจากทีมแพทย์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down