ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาพของลูกน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดคือความสุขที่สุดของคนเป็นพ่อแม่ แต่บางครั้ง ความกังวลก็เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่า ลูกดูเหนื่อยง่ายเวลาดูดนม มีเหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามหน้าผากทั้งที่อากาศเย็น หรือบางทีริมฝีปากและปลายนิ้วดูมีสีคล้ำออกน้ำเงิน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งเป็นภาวะที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย

ในฐานะหมอ หมออยากบอกว่าความกังวลนี้เป็นเรื่องธรรมชาติมาก แต่การมีความรู้ที่ถูกต้องและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราดูแลหัวใจดวงน้อยดวงนี้ได้อย่างดีที่สุด

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไรกันนะ?

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจหรือเส้นเลือดใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา ช่วงเวลาที่หัวใจของทารกเริ่มสร้างและพัฒนาคือช่วง 8 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ละเอียดอ่อนมาก หากมีสิ่งใดมารบกวนกระบวนการสร้างนี้ ก็อาจทำให้ผนังห้องหัวใจกั้นไม่สมบูรณ์ เกิดเป็นรูรั่ว หรือลิ้นหัวใจตีบตัน ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ชนิดของโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด

ทางการแพทย์แบ่งกลุ่มอาการออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและการสังเกตอาการ ดังนี้

1. กลุ่มที่ไม่มีอาการเขียว

กลุ่มนี้เด็กจะไม่มีอาการตัวเขียวคล้ำ แต่จะมีอาการเหนื่อยง่ายเนื่องจากมีเลือดผ่านไปที่ปอดมากเกินไป ตัวอย่างโรคในกลุ่มนี้ เช่น

  • ผนังกั้นห้องหัวใจล่างรั่ว และผนังกั้นห้องหัวใจบนรั่ว: มีรูรั่วระหว่างห้องหัวใจ ทำให้เลือดแดงปนกับเลือดดำและไหลไปปอดมากเกินไป
  • เส้นเลือดเกินที่หัวใจ: เส้นเลือดเชื่อมต่อระหว่างเส้นเลือดแดงใหญ่กับเส้นเลือดปอดไม่ปิดตัวลงหลังคลอด

2. กลุ่มที่มีอาการเขียว

กลุ่มนี้จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าริมฝีปาก ลิ้น เล็บมือ และเล็บเท้าของลูกน้อยมีสีม่วงคล้ำหรือพิมพ์เขียว เนื่องจากร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ โรคที่พบได้บ่อยคือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียวที่มีความผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน เช่น ผนังกั้นห้องหัวใจรั่วร่วมกับทางออกของเลือดไปปอดตีบแคบ

สัญญาณเตือนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกต: อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกอาจเป็นโรคหัวใจ?

เด็กๆ โดยเฉพาะทารกแรกเกิดไม่สามารถบอกเราได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเป็นหูเป็นตาในการสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

  • เหนื่อยง่ายขณะกินนม: ทารกจะดูดนมได้ทีละน้อย ต้องหยุดพักบ่อย ใช้เวลาจิบนมนานกว่าปกติ และมักจะมีเหงื่อออกท่วมศีรษะขณะกินนม
  • หายใจเร็วและหอบ: สังเกตเห็นชายโครงบุ๋มขณะหายใจ หรือหายใจเร็วกว่าปกติแม้ในขณะที่นอนหลับนิ่งๆ
  • น้ำหนักตัวขึ้นช้า: เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานอย่างมากในการหายใจและการทำงานของหัวใจที่หนักกว่าปกติ ทำให้พลังงานที่ได้จากนมไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต
  • ติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย: เป็นหวัด ปอดบวม หรือหลอดลมอักเสบบ่อยครั้ง เนื่องจากมีปริมาณเลือดคั่งที่ปอดมากกว่าปกติ
  • ผิวหนังมีสีคล้ำหรือเขียว: เห็นชัดเจนบริเวณริมฝีปาก ลิ้น ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า โดยเฉพาะเวลาที่ร้องไห้หรือออกแรง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หัวใจของลูกน้อยพัฒนาไม่สมบูรณ์

หลายครั้งที่คุณแม่มักจะโทษตัวเองเมื่อรู้ว่าลูกเป็นโรคนี้ หมออยากทำความเข้าใจว่า ส่วนใหญ่แล้วโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม: ความผิดปกติของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม มักพบความผิดปกติของหัวใจร่วมด้วยบ่อยครั้ง
  • พฤติกรรมและสุขภาพของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์: การติดเชื้อบางชนิดในไตรมาสแรก เช่น หัดเยอรมัน การรับประทานยาบางประเภทโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือการมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี

เราจะดูแลและรักษาหัวใจดวงน้อยนี้ได้อย่างไรบ้าง?

การแพทย์ยุคนี้ก้าวหน้าไปมาก โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดไม่ใช่เรื่องที่สิ้นหวังอีกต่อไป แนวทางการรักษามีความหลากหลายขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

  • การติดตามอาการอย่างใกล้ชิด: รูรั่วขนาดเล็กบางชนิดสามารถปิดเองได้เมื่อเด็กโตขึ้น หมอจะนัดตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) เป็นระยะเพื่อประเมิน
  • การใช้ยารักษา: ยาช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ ยาขับปัสสาวะเพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจ และยาลดความดันในปอด
  • การรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด: การใช้สายสวนหัวใจเพื่อปิดรูรั่วหรือขยายลิ้นหัวใจที่ตีบ ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดและลดเวลาในการพักฟื้นได้ดีมาก
  • การผ่าตัดหัวใจ: สำหรับกรณีที่มีความผิดปกติซับซ้อน ศัลยแพทย์ทรวงอกเด็กจะทำการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างหัวใจเพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือดกลับมาทำงานได้ปกติที่สุด

พลังใจของครอบครัว: การดูแลลูกน้อยที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในชีวิตประจำวัน

นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การดูแลที่บ้านคือสิ่งที่จะช่วยประคับประคองให้เขาเติบโตได้อย่างแข็งแรง

เรื่องสำคัญที่สุดคือโภชนาการ เด็กที่เป็นโรคหัวใจต้องการพลังงานมากกว่าเด็กทั่วไป ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวางแผนการให้อาหารที่มีพลังงานสูงและย่อยง่าย ถัดมาคือการดูแลเรื่องสุขอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยเฉพาะการรักษาสุขภาพช่องปากและฟันเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ และสุดท้ายคือการพาไปรับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์เพื่อสร้างเกราะป้องกันร่างกาย

แม้ว่าเส้นทางนี้อาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เหนื่อยและกังวลใจไปบ้าง แต่ด้วยความรัก ความใส่ใจ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน เด็กๆ หลายคนที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดสามารถเติบโตขึ้นไปมีชีวิตที่ดี เรียนหนังสือ เล่น และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขไม่ต่างจากเด็กทั่วไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down