ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเรื่องง่ายๆ อย่างการเข้าสังคม ถึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ในคลินิก มีหลายคนปรึกษาเข้ามาว่า รู้สึกอึดอัดเวลาต้องเจอผู้คน ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องสนทนา หรือมักจะตีความคำพูดคนอื่นผิดไปจนเกิดความไม่เข้าใจกัน บางคนอาจจะหลีกเลี่ยงการไปงานสังสรรค์เพราะรู้สึกว่าการรักษาบทสนทนาเป็นเรื่องที่ใช้พลังงานสูงมาก อาการเหล่านี้คือสัญญาณที่บอกว่าเราอาจกำลังเผชิญกับ ปัญหาด้านทักษะทางสังคม ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าอายหรือเป็นปมด้อย แต่มันคือทักษะหนึ่งที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนกันได้

เรากำลังเจอกับปัญหาด้านทักษะทางสังคมแบบไหนกันอยู่

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทักษะทางสังคมไม่ได้มีแค่เรื่องการพูดเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นองค์รวมของหลายๆ กลไกทำงานร่วมกัน คนที่รู้สึกว่าตัวเองเข้าสังคมลำบากมักจะมีลักษณะดังนี้:

  • ตีความสีหน้า แววตา หรือน้ำเสียงของคู่สนทนาได้ยาก ทำให้จับใจความสำคัญไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร
  • กังวลมากเกินไปว่าจะพูดอะไรผิด หรือกลัวว่าคนอื่นจะตัดสินเราจนไม่กล้าเริ่มบทสนทนา
  • จับจังหวะการรับส่งบทสนทนาไม่ถูก เช่น ไม่รู้ว่าควรแทรกตอนไหน หรือพูดนานเกินไปจนคนฟังอึดอัด
  • ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ระยะห่างที่เหมาะสมในการยืนคุย หรือกาลเทศะในการพูด

ต้นตอของปัญหาไม่ได้เกิดจากความนิสัยเสีย

บ่อยครั้งคนรอบข้างมักจะเข้าใจผิดว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนหยิ่ง เย็นชา หรือไม่ใส่ใจผู้อื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาด้านทักษะทางสังคม มักมีรากฐานมาจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะวิตกกังวลจากการเข้าสังคมโดยเฉพาะ (Social Anxiety), ภาวะออทิสติกสเปกตรัม (ASD) ในระดับที่ใช้ชีวิตได้ปกติ, หรือแม้แต่ประสบการณ์ในวัยเด็กที่ทำให้เราไม่มั่นใจในการสื่อสาร เมื่อเราเข้าใจว่ามันคือกลไกการทำงานของสมองและการเรียนรู้ เราก็จะเลิกโทษตัวเองและหาวิธีจัดการที่ถูกต้องได้

ฝึกปรับจูนตัวเองให้สื่อสารได้มั่นใจมากขึ้น

การแก้ไขปัญหาด้านทักษะทางสังคมไม่ได้แปลว่าเราต้องฝืนเปลี่ยนนิสัยจนไม่เป็นตัวเอง แต่เป็นการเพิ่มเครื่องมือในการใช้ชีวิตให้ราบรื่นขึ้น:

เริ่มต้นจากการสังเกตแทนการจดจ่อที่ตัวเอง

เวลาคุยกับใคร ลองฝึกดึงความสนใจออกจากความคิดในหัวตัวเองที่ว่า ฉันกำลังทำอะไรผิดไหม มาอยู่ที่การสังเกตคู่สนทนาแทน ลองสังเกตสีหน้าว่าเขายิ้มหรือขมวดคิ้ว วิธีนี้จะช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้เราตอบโต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ฝึกฟังให้มากกว่าพูด

ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรดี การเป็นนักฟังที่ดีคือทักษะทางสังคมชั้นยอด ลองทวนสิ่งที่เขาพูด หรือถามคำถามปลายเปิดเพื่อให้เขาเล่าต่อ สิ่งนี้ช่วยให้บทสนทนาเดินหน้าไปได้โดยที่เราไม่ต้องกดดันกับการต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นตลอดเวลา

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

หากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างหนัก เช่น ไม่สามารถทำงานได้ ไม่กล้าออกไปซื้อของ หรือมีภาวะซึมเศร้าเข้ามาเกี่ยวข้อง การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก หมอจะช่วยประเมินว่าปัญหาเกิดจากภาวะทางอารมณ์หรือสภาวะทางระบบประสาท เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ทั้งการทำจิตบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการฝึกทักษะเหล่านี้ให้ดีขึ้น

จำไว้ว่าทักษะทางสังคมก็เหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งฝึก ยิ่งทำความเข้าใจ ก็ยิ่งแข็งแรงขึ้นได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งในวันเดียว เพียงแค่เริ่มจากก้าวเล็กๆ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down