ลูกน้อยไข้ไม่ยอมลด ปากแดงแห้งแตกจนน่าตกใจ เกิดอะไรขึ้นกันแน่
เวลาเห็นลูกตัวร้อนจี๋ คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักคิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือทอนซิลอักเสบ แต่ถ้าสังเกตดีๆ แล้วพบว่าริมฝีปากของเจ้าตัวเล็กแดงจัด แห้งแตกจนมีเลือดซึม หรือลิ้นแดงปุ่มนูนขึ้นมาคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไปแล้วครับ ในฐานะหมอเด็ก ผมมักจะเตือนคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญของโรคคาวาซากิที่มีอาการแสดงที่ปาก ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องรีบวินิจฉัยและรักษาให้ทันเวลา
โรคคาวาซากิคืออะไร และทำไมถึงแสดงออกที่ช่องปากชัดเจนขนาดนั้น
โรคคาวาซากิเป็นโรคเกี่ยวกับการอักเสบของหลอดเลือดขนาดกลางทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมักจะเกิดกับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดการตอบสนองที่ผิดปกติหลังจากติดเชื้อบางอย่าง ทำให้เนื้อเยื่อที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงเกิดการอักเสบ โดยเฉพาะบริเวณเยื่อบุต่างๆ เช่น ตา ผิวหนัง และที่เด่นชัดมากคือช่องปากและริมฝีปาก ทำให้เด็กมีความเจ็บปวดเวลากินอาหารและดื่มนม
เช็กลิสต์อาการในปากและรอบปาก ที่ฟ้องว่าลูกกำลังเสี่ยงโรคคาวาซากิ
เวลาคุณหมอตรวจเด็กกลุ่มนี้ อาการที่ฟ้องออกมาทางช่องปากจะมีความจำเพาะค่อนข้างสูง ซึ่งสังเกตได้ไม่ยากเลยหากคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการเหล่านี้ร่วมกัน:
- ริมฝีปากแดงจัดและแห้งแตก: ริมฝีปากจะแดงก่ำผิดปกติ ผิวปากแห้ง ตึง และอาจมีรอยปริแตกจนมีเลือดออกซึมได้ง่าย
- ลิ้นสตรอว์เบอร์รี: ปุ่มรับรสบนลิ้นจะบวมโตและแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนดูคล้ายกับผิวของผลสตรอว์เบอร์รี
- เยื่อบุช่องปากแดง: ภายในปากและคอจะมีความแดงมากกว่าปกติ แต่จะไม่มีตุ่มใสหรือแผลร้อนในลึกแบบโรคมือ เท้า ปาก
- เจ็บคอและไม่อยากกลืน: เด็กจะงอแงมากเวลาป้อนข้าวหรือให้นม เพราะความเจ็บระคายเคืองในปาก
อาการอื่นๆ ที่ต้องดูควบคู่กันไปเพื่อให้แน่ใจ
เพราะอาการทางปากอย่างเดียวอาจทำให้สับสนกับโรคติดเชื้อไวรัสทั่วไปได้ คุณหมอจึงต้องดูอาการร่วมอื่นๆ ที่มักจะมาเป็นแพ็กเกจของโรคคาวาซากิด้วย ดังนี้
- ไข้สูงลอยเกิน 5 วัน และไม่ค่อยตอบสนองต่อยาลดไข้ทั่วไป
- ตาแดงทั้งสองข้าง โดยไม่มีขี้ตาแฉะ
- ผื่นแดงขึ้นตามลำตัว แขนขา หรือบริเวณผ้าอ้อม
- มือและเท้าบวมแดง ฝ่ามือฝ่าเท้าจะตึงและแดงผิดปกติ
- ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตขึ้นมาข้างใดข้างหนึ่ง ขนาดโตกว่า 1.5 เซนติเมตร
ทำไมการปล่อยไว้ไม่รีบรักษา ถึงอันตรายต่อหัวใจของลูกน้อย
ความน่ากลัวจริงๆ ของโรคคาวาซากิไม่ใช่แค่เรื่องไข้สูงหรือเจ็บปากตอนกินข้าวครับ แต่การอักเสบนี้สามารถลามไปที่หลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดภาวะโป่งพองของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือลิ่มเลือดอุดตันในเด็กได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเด็กที่มีไข้สูงร่วมกับปากแดงผิดปกติต้องได้รับการดูแลจากกุมารแพทย์โรคหัวใจโดยเร็วที่สุด
วิธีรักษาจากคุณหมอ และสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้
เมื่อคุณหมอวินิจฉัยแน่ชัดแล้วว่าเด็กเป็นโรคคาวาซากิ การรักษาหลักคือการให้สารอิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (IVIG) ร่วมกับการให้รับประทานยาแอสไพรินในขนาดที่แพทย์กำหนด เพื่อช่วยลดการอักเสบและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ พร้อมกับการดูแลประคับประคองอาการเจ็บปาก เช่น การให้ดื่มน้ำเย็นจัด การเลือกอาหารอ่อนรสจืดที่ไม่ระคายเคืองแผลในปาก และการดูแลความสะอาดช่องปากอย่างนุ่มนวล
เมื่อไหร่ควรพาเจ้าตัวเล็กไปโรงพยาบาลทันที
หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 ถึง 5 วัน ร่วมกับมีอาการริมฝีปากแดงแห้งแตก ลิ้นแดง และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย แม้ลูกจะยังดูร่าเริงดีในบางช่วง ก็ไม่ควรนอนใจรอให้ครบ 5 วันเต็มครับ แนะนำให้รีบพามาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด เพราะการได้รับการรักษาที่รวดเร็วภายใน 10 วันแรกของอาการ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจของลูกลงได้อย่างมากครับ