ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกเจ็บแปลบที่รอบหัวเข่า

หลายคนที่เดินขึ้นบันไดหรือก้าวลงจากรถแล้วรู้สึกปวดจี๊ดบริเวณหัวเข่า มักจะเข้าใจว่าตัวเองเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกฉีกขาด แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมีสาเหตุมาจาก การอักเสบของเส้นเอ็นรอบข้อเข่า ซึ่งเปรียบเสมือนสายเคเบิลที่ช่วยพยุงและควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อเข่าให้มั่นคง เมื่อเส้นเอ็นเหล่านี้ถูกใช้งานหนักเกินไปหรือได้รับแรงกระแทกซ้ำๆ ก็จะเกิดการอักเสบและทำให้เจ็บปวดขึ้นมาได้

สาเหตุที่ทำให้เส้นเอ็นรอบเข่าร้องประท้วง

อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักกีฬาเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็เป็นได้ โดยส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เรามองข้าม:

  • การใช้งานเข่าหนักเกินไป เช่น เดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ นั่งยอง หรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน
  • กล้ามเนื้อต้นขาไม่แข็งแรง ทำให้เส้นเอ็นต้องรับภาระหนักในการพยุงเข่าแทน
  • น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดแรงกดทับที่ข้อเข่าตลอดเวลา
  • การออกกำลังกายที่หักโหมโดยไม่มีการวอร์มอัพหรือยืดเหยียดก่อนเริ่มต้น

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นว่าอักเสบจริงไหม

ถ้าคุณมีอาการปวดตื้อๆ บริเวณลูกสะบ้าหรือด้านข้างของหัวเข่า โดยเฉพาะเวลาเริ่มขยับตัวหรือเปลี่ยนท่าทาง และอาจมีอาการบวมเล็กน้อยร่วมด้วย นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นเอ็นรอบเข่าของคุณกำลังอักเสบ อาการมักจะเป็นมากขึ้นเมื่อทำกิจกรรมเดิมซ้ำๆ และจะค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อได้พักการใช้งาน

ช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังเจ็บปวด ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

ในช่วงที่อาการเพิ่งเริ่มกำเริบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการพักใช้งานเข่าอย่างน้อย 1-2 วัน ให้งดกิจกรรมที่ต้องลงน้ำหนักหรือกระแทกซ้ำๆ แนะนำให้ใช้การประคบเย็นบริเวณจุดที่ปวดครั้งละ 15-20 นาที เพื่อลดการบวมและช่วยให้เส้นเอ็นที่กำลังอักเสบสงบลง รวมถึงการใช้ผ้ายืดพันกระชับเบาๆ เพื่อลดการขยับของข้อเข่าเกินความจำเป็น

เลือกใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัยและลดอาการปวดได้จริง

สำหรับยาแก้ปวดที่ใช้กันทั่วไป เช่น ยาพาราเซตามอล สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ในเบื้องต้น หากมีอาการปวดมาก อาจใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ชนิดทาหรือกิน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารและไตโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาต่อเนื่องนานเกิน 1 สัปดาห์

อาการแบบไหนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

แม้ว่าการดูแลตัวเองจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ในหลายกรณี แต่หากพบอาการดังต่อไปนี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ:

  • มีอาการไข้ร่วมกับเข่าบวมแดงร้อนอย่างรุนแรง
  • เข่าติดขัด ไม่สามารถเหยียดหรือพับได้สุดเหมือนปกติ
  • มีอาการเข่าทรุดหรือเข่าอ่อนขณะเดินจนเกือบจะล้ม
  • อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยหลังจากการดูแลตัวเองครบ 1 สัปดาห์

การปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะเส้นเอ็นเสื่อมสภาพถาวร ซึ่งจะรักษายากกว่าการรีบดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ หากสงสัยว่าตัวเองกำลังเผชิญกับการอักเสบของเส้นเอ็นรอบข้อเข่า การมาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด จะช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำในการทำกายภาพบำบัดหรือการปรับท่าทางการเดินที่ถูกต้อง เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่ต้องพึ่งพายาไปตลอด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down