ตื่นเช้ามาพร้อมกับความรู้สึกปวดมวนในท้อง พอกินข้าวเสร็จก็เริ่มปวดบิดเกร็งจนต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ หรือบางวันก็นั่งปวดเกร็งอยู่นานโดยที่ถ่ายไม่ออก ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรมองข้าม หากกำลังเผชิญกับอาการปวดเป็นๆ หายๆ นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน นั่นอาจเป็นสัญญาณของ อาการปวดท้องเรื้อรังและเกร็งตัว ที่เกิดจากภาวะลำไส้อักเสบ
ทำไมลำไส้ถึงอักเสบจนเกิดอาการปวดท้องเรื้อรังและเกร็งตัว?
เวลาที่ลำไส้เกิดการอักเสบ ไม่ว่าจะมาจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติหรือการระคายเคืองเรื้อรัง เยื่อบุผนังลำไส้จะเกิดอาการบวม แดง และมีแผลเล็กๆ เกิดขึ้น ส่งผลให้เส้นประสาทบริเวณลำไส้ไวต่อการกระตุ้นมากกว่าปกติ
เมื่อมีอาหาร น้ำ หรือแก๊สเคลื่อนผ่าน กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้จะตอบสนองด้วยการหดเกร็งอย่างรุนแรงและรวดเร็วผิดธรรมชาติ เพื่อพยายามขับสิ่งที่ระคายเคือง ออกไป การบีบตัวที่แรงและเป็นช่วงๆ นี้เองคือต้นตอของ อาการปวดท้องเรื้อรังและเกร็งตัว ที่ทำให้รู้สึกเหมือนท้องโดนบิดอยู่ตลอดเวลา
เช็กสัญญาณเตือน: ปวดท้องแบบไหนที่เข้าข่ายโรคลำไส้อักเสบ?
หมอมักจะเจอคนไข้ที่แยกไม่ออกระหว่างโรคกระเพาะอาหารทั่วไปกับโรคลำไส้อักเสบ ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถสังเกตความต่างได้จากตำแหน่งและอาการร่วม ดังนี้
- ปวดบิดเกร็งเป็นระยะ: มักปวดบริเวณท้องน้อยรอบสะดือ หรือท้องซ้ายล่าง และมักมีอาการเกร็งแน่นขึ้นทันทีหลังรับประทานอาหาร
- ระบบขับถ่ายรวนผิดปกติ: มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเหลววันละหลายรอบ หรือบางรายอาจมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย
- มีมูกหรือเลือดปนในอุจจาระ: การอักเสบที่ผนังลำไส้ทำให้มีเลือดออกหรือสร้างมูกออกมาปนกับอุจจาระ
- น้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัด: เนื่องจากลำไส้ดูดซึมสารอาหารได้ลดลง ประกอบกับความกังวลจนไม่กล้าทานอาหาร
- รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา: ร่างกายต้องใช้พลังงานในการต่อสู้กับการอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นภายใน
วิธีบรรเทาอาการปวดเกร็งท้องที่เริ่มทำได้เองทันที
เมื่อมีอาการปวดเกร็งขึ้นมาอย่างกะทันหัน การปรับพฤติกรรมและการดูแลตัวเองเบื้องต้นสามารถช่วยลดความเจ็บปวดลงได้มาก
วิธีประคบร้อนลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อลำไส้
การใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นประคบร้อนวางบริเวณท้องน้อยประมาณ 15-20 นาที ความร้อนจะช่วยขยายหลอดเลือดและคลายกล้ามเนื้อเรียบที่กำลังหดเกร็ง ช่วยลดอาการปวดบิดเกร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกกินอาหารย่อยง่ายเพื่อลดภาระลำไส้
เน้นรับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ปลาต้ม เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด นมเนย รวมถึงอาหารที่มีไฟเบอร์เหนียวเกินไปในช่วงที่ลำไส้กำลังอักเสบหนัก พร้อมทั้งจิบน้ำอุ่นเรื่อยๆ ตลอดวัน
วิธีรักษาทางการแพทย์เมื่อมาพบหมอ
การรักษาโรคลำไส้อักเสบจำเป็นต้องวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด บางครั้งหมออาจแนะนำให้ทำการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพื่อดูสภาพเยื่อบุลำไส้ หลังจากนั้นจึงวางแผนการรักษาด้วยตัวยาที่เหมาะสม ได้แก่
- ยาลดการเกร็งตัวของลำไส้: ช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบในระบบทางเดินอาหาร บรรเทาอาการปวดบิดได้อย่างตรงจุด
- ยาลดการอักเสบกลุ่มเฉพาะทาง: ช่วยลดการอักเสบระคายเคืองที่ผนังลำไส้ ทำให้แผลในลำไส้สมานตัวได้ดีขึ้น
- ยากดภูมิคุ้มกันหรือยาชีววัตถุ: สำหรับกรณีที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดซับซ้อน เพื่อควบคุมไม่ให้ภูมิคุ้มกันหันมาทำลายตัวเอง
อาการแบบไหนที่ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน และต้องรีบมาพบหมอทันที?
หากมีอาการปวดท้องเรื้อรังและเกร็งตัวร่วมกับสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ ไม่ควรรอให้หายเองเด็ดขาด เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
- ปวดท้องรุนแรงขึ้นมาทันทีทันใดจนทนไม่ไหว หน้าท้องแข็งเกร็งเมื่อกดลงไป
- ถ่ายเป็นเลือดสดออกมาปริมาณมาก หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำสนิท
- มีไข้สูง หนาวสั่น อาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถทานอาหารหรือน้ำได้เลย
- เวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมเนื่องจากร่างกายขาดน้ำหรือเสียเลือด
อาการปวดท้องจากลำไส้อักเสบอาจฟังดูน่ากังวล แต่หากได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนเรื่องอาหารและการดำเนินชีวิต คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายตัวและไร้กังวลอีกครั้ง