ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงกุมขาล2ับลูกรักที่ เดี๋ยวก็เป็นหวัด เดี๋ยวก็มีไข้ เดี๋ยวตัวร้อน เดี๋ยวท้องเสีย วนเวียนแบบนี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน จนอดคิดไม่ได้ว่าลูกเราภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเปล่า ทำไมถึงป่วยง่ายกว่าเด็กคนอื่น วันนี้หมออยากชวนมาคุยเรื่อง การกระตุ้นภูมิคุ้มกันในเด็กเล็ก กันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าจริงๆ แล้วร่างกายของเจ้าตัวเล็กทำงานอย่างไร และเราจะช่วยเสริมเกราะป้องกันให้เขาแข็งแรงขึ้นได้อย่างไรบ้างโดยไม่ต้องพึ่งยาวิเศษราคาแพง
ทำไมเด็กเล็กถึงป่วยบ่อยจัง? รู้จักระบบภูมิคุ้มกันเจ้าตัวเล็กกันก่อน
เวลาที่เราเห็นลูกป่วยบ่อยๆ อย่าเพิ่งตกใจไปครับ เพราะมันคือธรรมชาติของเด็ก ช่วงขวบปีแรกระบบภูมิคุ้มกันของน้องยังเหมือนกับโรงงานที่เพิ่งสร้างเสร็จ ยังไม่ได้เดินเครื่องเต็มกำลัง ลูกยังไม่มีความจำทางภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคสารพัดชนิดที่อยู่รอบตัว ดังนั้น ทุกครั้งที่เขาติดเชื้อ ร่างกายจะได้เรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาทีละน้อยเปรียบเหมือนการฉีดวัคซีนธรรมชาติ แต่นั่นก็แลกมากับการที่ลูกต้องป่วยให้เราใจหายเล่นอยู่บ่อยๆ
นมแม่คือวัคซีนหยดแรกและเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ถ้าพูดถึงเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันแรกเกิด สิ่งนี้ขาดไม่ได้เลยคือนมแม่ครับ ในน้ำนมแม่โดยเฉพาะช่วงแรกจะมีสารพัดสารอาหารและภูมิคุ้มกันที่เรียกว่าโคลอสตรัม ซึ่งทำหน้าที่เหมือนโล่คุ้มกันทางเดินอาหารและทางเดินหายใจของลูกโดยตรง การให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน จึงเป็นการลงทุนเสริมภูมิคุ้มกันที่คุ้มค่าที่สุดที่ธรรมชาติมอบให้
อาหารเสริมภูมิคุ้มกันตามวัย กินอะไรให้ลูกแข็งแรง?
เมื่อลูกเริ่มกินอาหารเสริมตามวัยหลัง 6 เดือน การเลือกวัตถุดิบมาปรุงอาหารมีผลอย่างมากต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาว หมอแนะนำให้เน้นอาหารสดใหม่ ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีวิตามินซี วิตามินเอ และสังกะสี เช่น ผักใบเขียว ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ไข่แดง และปลา นอกจากนี้ ลำไส้ยังเป็นศูนย์กลางภูมิคุ้มกันถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกาย การดูแลระบบย่อยอาหารให้ดีด้วยอาหารที่มีใยอาหารสูงจึงช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันได้ทางอ้อมอย่างคาดไม่ถึง
นอนหลับให้สนิทช่วงกลางคืน ช่วงเวลาทองของการสร้างภูมิคุ้มกัน
เคยสังเกตไหมว่าเวลาลูกไม่สบายหรืออดนอน ลูกจะหงุดหงิดและหายป่วยช้า นั่นเพราะการนอนหลับลึกเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เด็กเล็กต้องการชั่วโมงการนอนที่มากกว่าผู้ใหญ่ การปล่อยให้ลูกนอนดึกหรือนอนหลับไม่สนิทติดต่อกัน จะทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ด้อยลงและติดเชื้อง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม ตัวช่วยสำคัญที่ขาดไม่ได้
นอกจากการดูแลชีวิตประจำวันแล้ว การพาเด็กๆ ไปรับวัคซีนตามนัดคือหัวใจหลักของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลชัดเจนที่สุด วัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ช่วยลดความรุนแรงของโรคไม่ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต นอกจากวัคซีนตามโปรแกรมกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ปัจจุบันยังมีวัคซีนเสริมทางเลือกหลายตัวที่ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจหรือท้องเสียรุนแรง คุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษากุมารแพทย์ประจำตัวของลูกได้ตามความเหมาะสมของช่วงวัย
เรื่องความสะอาดที่พอดีๆ กับการสร้างภูมิต้านทาน
บางครั้งเราอาจจะระมัดระวังเรื่องความสะอาดมากจนเกินไป ล้างมือบ่อยจนลูกไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเชื้อโรคในปริมาณน้อยๆ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันได้ฝึกซ้อม การปล่อยให้เด็กได้เล่นเลอะเทอะบ้างคลุกคลินกับธรรมชาติบ้างในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม กลับช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันมีความฉลาดและรู้จักแยกแยะสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ไม่พานาลอจิกแพ้ง่ายเกินเหตุ
เมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กภูมิคุ้มกันอย่างละเอียด
เด็กทั่วไปอาจป่วยได้ถึงแปดถึงสิบครั้งต่อปีโดยเฉพาะช่วงที่เริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล แต่ถ้าลูกของคุณพ่อคุณแม่เข้าข่ายป่วยหนักผิดปกติ เช่น เป็นปอดบวมบ่อยๆ ฝีขึ้นซ้ำซาก หรือต้องใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานานแล้วไม่หาย หรือน้ำหนักไม่ยอมขึ้นตามเกณฑ์ แบบนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องภูมิคุ้มกันปกติตามวัย แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินระบบภูมิคุ้มกันในเชิงลึกต่อไปครับ