เวลาที่ตรวจพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ สิ่งแรกๆ ที่คุณแม่หลายคนตื่นเต้นและอยากรู้มากๆ ก็คือ ตกลงตอนนี้ลูกในท้องอายุครรภ์กี่สัปดาห์แล้ว และผลตรวจเลือดที่เจาะไปเนี่ย มันบอกอะไรเราบ้าง หมอเข้าใจเลยครับว่าตัวเลขยุกยิกในใบตรวจเลือดกับศัพท์แพทย์ภาษาอังกฤษยาวๆ มันชวนปวดหัวขนาดไหน วันนี้หมอเลยขออาสามานั่งเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เหมือนนั่งคุยกันที่ห้องตรวจ เพื่อให้คุณแม่คลายความกังวลและเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้นครับ
ลูกตัวโตแค่ไหนแล้ว: วิธีคำนวณอายุครรภ์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
การนับอายุครรภ์ของคุณหมอจะไม่เหมือนกับการนับอายุของทารกตั้งแต่ปฏิสนธิเป๊ะๆ นะครับ เพราะในความเป็นจริง เรามักจะไม่รู้ว่าไข่ตกและเชื้ออณุพันธุ์มาเจอกันวันไหนแน่ๆ ทางการแพทย์เขาเลยมีวิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก ซึ่งคุณแม่ก็สามารถลองคำนวณคร่าวๆ ที่บ้านได้เหมือนกัน
นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย
วิธีนี้เป็นวิธีสากลที่ใช้กันบ่อยที่สุดครับ โดยเราจะเริ่มนับวันแรกที่ประจำเดือนมาในรอบเดือนล่าสุดเป็นจุดเริ่มต้น (Week 0) แม้ว่าในตอนนั้นจะยังไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ ก็ตาม เพราะมันคือช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกสำหรับการฝังตัว สมมติว่าประจำเดือนมาวันแรกคือวันที่ 1 มกราคม ผ่านมาจนถึงวันนี้ เราก็เอาจำนวนสัปดาห์ที่ผ่านพ้นมานับเป็นอายุครรภ์ได้เลย
การอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ที่แม่นยำที่สุด
บางครั้งคุณแม่อาจจำวันประจำเดือนรอบสุดท้ายไม่ได้ หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะเมื่อมาพบแพทย์ เราสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์วัดขนาดตัวน้องในท้อง ไม่ว่าจะเป็นความยาวตั้งแต่หัวถึงก้น หรือเส้นผ่านศูนย์กลางถุงการตั้งครรภ์ ซึ่งจะช่วยบอกอายุครรภ์ในช่วงแรกได้แม่นยำมากๆ คลาดเคลื่อนแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง
ไขความลับใบตรวจเลือดคนท้อง: ตัวเลขไหนบอกอะไรบ้าง
พอผลเลือดออก หลายคนจะกวาดสายตาหาค่าฮอร์โมนตัวเก่งทันที นั่นคือฮอร์โมนการตั้งครรภ์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าฮอร์โมนเอชซีจี (hCG) ซึ่งสร้างมาจากเนื้อเยื่อที่จะเจริญไปเป็นรกนั่นเองครับ
ฮอร์โมน hCG บอกอะไรเราได้มากกว่าที่คิด
ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ค่าฮอร์โมนตัวนี้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ ประมาณ 48 ถึง 72 ชั่วโมง ถ้าคุณหมอนัดเจาะเลือดซ้ำเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง ก็เพื่อดูว่าฮอร์โมนตัวนี้มันเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ปกติไหม เพราะถ้าเพิ่มขึ้นดี ก็แปลว่าน้องกำลังเติบโตและฝังตัวอย่างปลอดภัยในมดลูก
การตรวจเลือดเช็กความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
นอกจากการตรวจฮอร์โมนการตั้งครรภ์แล้ว คุณหมอยังมักจะสั่งเจาะเลือดชุดใหญ่เพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดด้วย เพื่อดูว่าคุณแม่มีภาวะซีดหรือจางไหม เพราะช่วงท้องร่างกายต้องการเลือดไปเลี้ยงลูกน้อยเพิ่มขึ้นมาก ถ้าแม่เลือดจางจะได้รีบเสริมธาตุเหล็กตั้งแต่เนิ่นๆ
เช็กหมู่เลือดและโรคติดต่อเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
การตรวจเลือดฝากครรภ์ครั้งแรก แพทย์ยังตรวจหาเชื้อโรคบางชนิดและเช็กหมู่เลือดที่สำคัญมากๆ ด้วย เพื่อป้องกันและหาทางรับมือล่วงหน้าหากมีความเสี่ยงใดๆ เกิดขึ้น
การตรวจคัดกรองโรคติดต่อสำคัญ
ในใบตรวจเลือดจะมีผลของการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี ซิฟิลิส และเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ที่จำเป็นมากๆ เพื่อที่ว่าถ้าคุณแม่มีเชื้อ คุณหมอจะได้วางแผนดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อไปยังลูกน้อยระหว่างตั้งครรภ์หรือตอนคลอดได้อย่างทันท่วงที
เรื่องของหมู่เลือดและภาวะความเข้ากันไม่ได้
การรู้ว่าคุณแม่มีหมู่เลือดอะไร (A, B, AB, O) และเป็นเลือดกลุ่มพิเศษ เช่น กลุ่มอาร์เอชลบ (Rh-negative) หรือไม่ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญของการเจาะเลือด เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์
การทำความเข้าใจผลตรวจเลือดและการคำนวณอายุครรภ์ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่คุณแม่จะเรียนรู้เลยครับ เมื่อเราเข้าใจตัวเลขเหล่านี้แล้ว ความกังวลใจก็จะลดลง และสามารถใช้ชีวิตช่วงตั้งครรภ์ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น หากผลตรวจตัวไหนยังสงสัยหรือคุณหมอยังไม่ได้อธิบายละเอียดพอ อย่าลืมสอบถามคุณหมอประจำตัวในวันที่ไปฝากครรภ์ได้เลยนะครับ