ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคนคงใจเสียไม่น้อย เมื่อเห็นลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่วัน กลับมีเปลือกตาบวมเป่ง แดงก่ำ และมีขี้ตาหนืดข้นไหลซึมออกมาตลอดเวลา อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ฝุ่นผงปลิวเข้าตา หรือการที่เด็กเพิ่งปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ภายนอกครรภ์ แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะตาอักเสบในเด็กแรกเกิด (Ophthalmia Neonatorum) ซึ่งมีจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาจากการติดเชื้อในช่องคลอดของมารดาขณะคลอด

เชื้อโรคจากแม่เดินทางไปสู่ตาคู่เล็กของลูกน้อยได้อย่างไร?

ในช่วงเวลาที่ทารกกำลังเคลื่อนตัวผ่านช่องคลอดเพื่อออกมาลืมตาดูโลก ผิวหนังและเยื่อบุที่บอบบางของทารก โดยเฉพาะเยื่อบุตา จะต้องสัมผัสกับมูกและสิ่งคัดหลั่งในช่องคลอดของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากมารดามีการติดเชื้อบางชนิดสะสมอยู่บริเวณช่องคลอดหรือปากมดลูก แม้ว่าคุณแม่จะไม่มีอาการแสดงใดๆ ออกมาเลยก็ตาม เชื้อเหล่านั้นก็พร้อมจะเกาะติดและเข้าสู่ดวงตาของทารกทันที กระบวนการนี้ทางการแพทย์เรียกว่า การส่งผ่านเชื้อจากมารดาสู่ทารก ในแนวดิ่ง (Vertical Transmission) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคตาอักเสบชนิดรุนแรงในเด็กแรกเกิด

ตัวการร้ายที่ทำให้ตาหนูเจ็บ: แบคทีเรียตัวไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

เชื้อที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคตาอักเสบจากการคลอดธรรมชาติมีอยู่หลายชนิด แต่มีตัวการหลักสองชนิดที่แพทย์กังวลมากที่สุด เนื่องจากสามารถก่อความเสียหายต่อดวงตาของเด็กได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง

1. เชื้อหนองในแท้: อันตรายเร่งด่วนที่อาจทำให้ลูกน้อยตาบอดได้

เชื้อแบคทีเรียไนเซเรีย โกโนเรีย (Neisseria gonorrhoeae) หรือเชื้อหนองในแท้ เป็นเชื้อที่น่ากลัวที่สุด หากทารกได้รับเชื้อนี้ผ่านกระบวนการส่งผ่านเชื้อจากมารดาสู่ทารก อาการตาอักเสบมักจะปรากฏอย่างรวดเร็วภายใน 2-5 วันหลังคลอด ทารกจะมีอาการเปลือกตาบวมแดงอย่างรุนแรงทั้งสองข้าง และมีหนองสีเหลืองเขียวไหลทะลักออกมาตลอดเวลา หากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำอย่างทันท่วงที เชื้อนี้จะเข้าทำลายกระจกตาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดแผลทะลุที่ตาดำ และนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรในที่สุด

2. เชื้อหนองในเทียม: ตัวการเงียบที่พบได้บ่อยที่สุด

เชื้อคลามีเดีย ทราโคมาติส (Chlamydia trachomatis) หรือหนองในเทียม เป็นสาเหตุของตาอักเสบในเด็กแรกเกิดที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน อาการมักจะปรากฏช้ากว่าหนองในแท้ โดยเริ่มแสดงอาการในช่วง 5-14 วันหลังคลอด อาการอาจไม่รุนแรงเท่า โดยทารกจะมีขี้ตาเป็นมูกปนหนอง เปลือกตาบวมแดงปานกลาง และอาจพบการอักเสบของเยื่อบุตาเพียงข้างเดียวก่อน แม้จะดูไม่รุนแรงในระยะแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจจนทำให้ทารกเกิดภาวะปอดอักเสบตามมาได้

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังเผชิญภาวะตาอักเสบ?

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการของลูกน้อยและพามาพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที ควรคอยตรวจเช็กดวงตาของลูกน้อยในช่วง 1 เดือนแรกหลังคลอดอย่างใกล้ชิด หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที:

  • มีขี้ตาปริมาณมากผิดปกติ อาจเป็นมูกใส มูกปนหนอง หรือหนองข้นสีเหลืองหรือเขียว
  • เปลือกตาด้านบนและด้านล่างบวมแดง แข็งตึง และทารกมักจะลืมตาไม่ขึ้น
  • เยื่อบุตาขาวมีสีแดงก่ำ หรือมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา
  • ทารกมีท่าทางโยเย ร้องไห้งอแงมากกว่าปกติเนื่องจากความเจ็บปวดและระคายเคืองตา

ปกป้องดวงตาคู่สำคัญ: แนวทางการรักษาและวิธีป้องกันตั้งแต่ตั้งครรภ์

โชคดีที่ภาวะตาอักเสบจากการส่งผ่านเชื้อจากมารดาสู่ทารกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้เกือบทั้งหมด หากเรามีการเตรียมตัวและป้องกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนี้

การฝากครรภ์และการตรวจคัดกรอง: วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในมารดาขณะตั้งครรภ์ หากตรวจพบว่าคุณแม่มีเชื้อหนองในแท้หรือหนองในเทียม แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาให้หายขาดก่อนถึงกำหนดคลอด ซึ่งเป็นการตัดวงจรการส่งผ่านเชื้อจากมารดาสู่ทารกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

การหยอดยาป้องกันหลังคลอดทันที: ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ทารกแรกเกิดทุกคนจะได้รับการป้ายตาด้วยยาป้ายตาปฏิชีวนะ (เช่น Erythromycin ointment) หรือหยอดยาต้านจุลชีพทันทีภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงหลังคลอด เพื่อทำลายเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนเข้ามาในดวงตาระหว่างการเดินทางผ่านช่องคลอด

การรักษาเมื่อเกิดการติดเชื้อ: หากทารกเกิดภาวะตาอักเสบขึ้นแล้ว แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างขี้ตาไปเพาะเชื้อเพื่อหาชนิดของแบคทีเรียที่ถูกต้อง และจะให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อชนิดนั้นๆ โดยเฉพาะ สำหรับกรณีติดเชื้อหนองในแท้ ทารกจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาปฏิชีวนะเข้าทางหลอดเลือดดำ ควบคู่ไปกับการล้างตาด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อบ่อยๆ นอกจากนี้ คุณพ่อและคุณแม่ก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำในครอบครัว

ดวงตาของลูกน้อยคือหน้าต่างบานแรกที่เขาใช้เรียนรู้โลกกว้าง การใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพของช่องคลอดตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ และการสังเกตความผิดปกติของดวงตาทารกอย่างใกล้ชิดหลังคลอด จึงเป็นเกราะป้องกันด่านสำคัญที่จะช่วยรักษาสายตาที่สดใสของลูกน้อยให้อยู่คู่กับเขาไปตราบนานเท่านาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down