วันไหนที่เปิดผ้าอ้อมแล้วเจอคราบเลือดสดๆ หรือเส้นสายเลือดปนออกมากับอุจจาระของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่เกือบทุกคนคงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก อาการถ่ายเป็นเลือดในเด็กเล็กเป็นหนึ่งในสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ผู้ปกครองต้องรีบพาลูกมาหาหมอที่คลินิกอยู่เสมอ แม้การเห็นเลือดในผ้าอ้อมจะดูน่ากลัว แต่วางใจได้ในระดับหนึ่งว่า ไม่ใช่ทุกรายที่จะเกิดจากโรคร้ายแรง
ในทางการแพทย์ อาการนี้มักเกี่ยวข้องกับ ภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนปลาย ซึ่งหมายถึงการมีเลือดออกจากระบบทางเดินอาหารที่อยู่ต่ำกว่าลำไส้เล็กส่วนต้นลงมา ได้แก่ ลำไส้เล็กส่วนปลาย ลำไส้ใหญ่ รีกตัม (ลำไส้ตรง) และรูทวารหนัก การทำความเข้าใจกลไก สาเหตุ และจุดสังเกตสำคัญ จะช่วยให้รับมือได้อย่างถูกต้องและไม่วิตกกังวลจนเกินไป
ลูกถ่ายเป็นเลือดแบบไหน สัญญาณของภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนปลาย?
ลักษณะของเลือดที่ออกมากับอุจจาระสามารถบอกตำแหน่งของจุดเลือดออกได้ค่อนข้างชัดเจน หากเป็นภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนปลาย เลือดมักจะไม่ถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำลาย จึงมักปรากฏให้เห็นในรูปแบบเหล่านี้
- เลือดสีแดงสดหยดออกมาหลังถ่าย: มักเกิดจากจุดเลือดออกที่อยู่ใกล้รูทวารหนักมาก เช่น แผลที่ขอบรูทวาร
- สายเลือดหรือจุดเลือดสีแดงสดปนกับเมือก: มักปนอยู่บนผิวของอุจจาระ พบได้บ่อยในภาวะลำไส้อักเสบหรือการแพ้โปรตีน
- อุจจาระสีแดงเข้มเหมือนแยมสตรอว์เบอร์รี: มีลักษณะเป็นเมือกปนเลือดสีแดงคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางลำไส้
สาเหตุที่พบได้บ่อยเมื่อทารกมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนปลาย
สาเหตุของการเกิดภาวะนี้ในวัยทารกมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ อาการร่วม และลักษณะของอุจจาระ โดยสาเหตุหลักๆ ที่หมอมักตรวจพบ ได้แก่
1. การแพ้โปรตีนในอาหาร (Food Protein-Induced Allergic Proctocolitis)
ถือเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในทารกแรกเกิดถึงช่วงอายุ 6 เดือนที่ดูแข็งแรง ร่าเริง และน้ำหนักตัวขึ้นดี แต่มักถ่ายมีเมือกเลือดปนเป็นจุดๆ หรือเป็นสาย เกิดจากการที่ลำไส้ใหญ่ของทารกเกิดการอักเสบเนื่องจากตอบสนองต่อโปรตีนแปลกปลอม ซึ่งส่วนใหญ่คือโปรตีนนมวัวที่ผ่านทางนมแม่หรือนมผงสูตรปกติ
2. แผลรอยแยกขอบรูทวารหนัก (Anal Fissure)
พบได้บ่อยในทารกที่มีปัญหาท้องผูก อุจจาระแข็ง ทำให้ก้อนอุจจาระไปบาดผิวหนังบริเวณขอบรูทวารจนเกิดแผลรอยแยก เลือดที่ออกจะเป็นสีแดงสดปนอยู่ภายนอกก้อนอุจจาระ หรือติดผ้าอ้อมเล็กน้อย สังเกตได้ว่าลูกมักจะร้องไห้งอแงและเบ่งแรงขณะถ่าย
3. ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception)
เป็นภาวะฉุกเฉินที่พบได้บ่อยในเด็กช่วงอายุ 4-10 เดือน เกิดจากลำไส้ส่วนหนึ่งบวมและเคลื่อนตัวเข้าไปกลืนกับลำไส้ส่วนที่อยู่ติดกัน ทำให้เกิดการอุดตันและขาดเลือด เด็กจะมีอาการปวดท้องเกร็งเป็นพักๆ ร้องไห้งอแงเสียงดังสลับกับหยุดร้อง ถ่ายอุจจาระเป็นเมือกปนเลือดสีแดงคล้ำ และอาจมีอาการซึมหรืออาเจียนร่วมด้วย
4. การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร (Infectious Colitis)
การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสบางชนิด อาจทำให้ผนังลำไส้ใหญ่อักเสบและเป็นแผล ส่งผลให้เด็กมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ ถ่ายบ่อย มีมูกเลือดปน มีไข้ และปวดท้อง
5. เลือดปนจากการกลืนเลือดของคุณแม่ (Swallowed Maternal Blood)
ในทารกแรกเกิดที่กินนมแม่ หากคุณแม่มีปัญหาหัวนมแตกเป็นแผล เลือดของคุณแม่ที่ลูกกลืนเข้าไปขณะเต้าเต้า อาจถูกขับถ่ายออกมาทำให้ดูเหมือนลูกถ่ายเป็นเลือดได้ ซึ่งกรณีนี้เด็กจะไม่มีอันตรายใดๆ
อาการแบบไหนของลูกน้อย ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?
แม้ภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนปลายหลายสาเหตุจะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่ผู้ปกครองต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลหรือพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- ลูกมีอาการซึมลง ไม่ยอมอุ้ม ไม่ยอมกินนม หรือดูง่วงซึมผิดปกติ
- มีไข้สูง หรือท้องอืดโตอย่างเห็นได้ชัด
- อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนออกมาเป็นสารน้ำสีเขียว (น้ำดี)
- ลูกร้องไห้งอแงงอขาเข้าหาหน้าอกเป็นพักๆ เหมือนปวดท้องรุนแรง
- อุจจาระเป็นเมือกปนเลือดปริมาณมาก หรือเป็นสีแดงคล้ำคล้ายแยม
- มีสัญญาณของภาวะช็อก เช่น ปลายมือปลายเท้าเย็น หน้าซีด ชีพจรเต้นเร็ว
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยของคุณหมอ
เมื่อพา baby มาพบแพทย์ หมอจะเริ่มจากการสอบถามประวัติอย่างละเอียด ตั้งแต่ประวัติการกินนม ลักษณะอุจจาระ ประวัติการแพ้อาหารในครอบครัว จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม
- การตรวจส่องดูขอบรูทวาร: เพื่อมองหาแผลรอยแยกขอบรูทวารหนัก
- การตรวจ Apt Test: ในทารกแรกเกิด หากสงสัยว่าเป็นเลือดของคุณแม่จากการกลืน หมอจะนำอุจจาระไปทดสอบทางเคมีเพื่อแยกแยะว่าเป็นเลือดของแม่หรือเลือดของลูก
- การตรวจตรวจอุจจาระ (Stool Examination): เพื่อหาการติดเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ หรือเม็ดเลือดขาว
- การอัลตราซาวนด์ท้อง (Abdominal Ultrasound): หากสงสัยภาวะลำไส้กลืนกัน การทำอัลตราซาวนด์จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้แม่นยำที่สุด
วิธีรักษาและการดูแลลูกน้อยอย่างถูกวิธี
การรักษาภาวะเลือดออกทางเดินอาหารส่วนปลายจะขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ตรวจพบเป็นสำคัญ
- กรณีแพ้โปรตีนนม: หากกินนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่คุมอาหารโดยงดนมวัว ผลิตภัณฑ์จากนมวัว และอาหารกลุ่มเสี่ยง หากกินนมผง จะพิจารณาเปลี่ยนเป็นนมสูตรพิเศษที่ย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (Extensively Hydrolyzed Formula)
- กรณีแผลรอยแยกขอบรูทวาร: เน้นการปรับอุจจาระให้นุ่มลง นวดท้อง ทานยาปรับอุจจาระตามคำแนะนำของแพทย์ และทำความสะอาดรอบรูทวารด้วยน้ำอุ่นอย่างเบามือ
- กรณีลำไส้กลืนกัน: ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน แพทย์จะทำการรักษาด้วยการดันลำไส้กลับด้วยการสวนลมหรือสารรังสีทางรูทวาร (Air/Barium Enema) หรือการผ่าตัดหากมีข้อบ่งชี้
หากพบว่าลูกน้อยถ่ายมีเลือดปน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ ถ่ายรูปลักษณะอุจจาระในผ้าอ้อมเก็บไว้ เพื่อนำไปให้คุณหมอดูประกอบการวินิจฉัย และไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายให้ลูกกินเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจบดบังอาการและทำให้การวินิจฉัยล่าช้าได้