ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่ตื่นขึ้นมาพบว่าลูกน้อยมีเนื้อตัวร้อนจัดราวกับไฟ แต่เด็กกลับนอนคุดคู้ บ่นหนาว ปากสั่น และมีอาการสั่นเกร็งไปทั้งตัว เหตุการณ์นี้มักสร้างความตกใจและกังวลใจอย่างมาก เพราะหลายคนกลัวว่าลูกกำลังจะเกิดอาการชักจากไข้สูง หรือเป็นโรคร้ายแรง

อาการไข้สูงเฉียบพลันร่วมกับอาการหนาวสั่นในเด็ก เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติทางกุมารเวชศาสตร์ การทำความเข้าใจกลไก สาเหตุ และแนวทางการดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างตั้งสติและปลอดภัยที่สุด

ทำไมตัวร้อนจัด แต่ลูกกลับบ่นหนาวสั่น?

การเข้าใจกลไกการเกิดไข้จะช่วยลดความตื่นตระหนกได้ ร่างกายของเรามีศูนย์ควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "เทอร์โมสแตท" คอยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส

เมื่อมีเชื้อโรค เช่น ไวรัสหรือแบคทีเรีย เข้าสู่ร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาวจะปลดปล่อยสารอักเสบที่เรียกว่า สารก่อไข้ (Pyrogens) ส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อปรับระดับอุณหภูมิเป้าหมายให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ปรับจาก 37 เป็น 39 หรือ 40 องศาเซลเซียส เพื่อสร้างสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

ในช่วงที่สมองปรับอุณหภูมิเป้าหมายขึ้นไปแล้ว แต่อุณหภูมิในเลือดจริงของเด็กยังอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส สมองจะรับรู้ว่า "ร่างกายกำลังหนาวเกินไป" จึงสั่งการให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและรวดเร็วเพื่อสร้างความร้อน ผลที่เห็นภายนอกคือ อาการหนาวสั่น (Chills/Rigors) ขนลุก และเส้นเลือดบริเวณปลายมือปลายเท้าหดตัวจนดูซีดหรือเย็นลง ทั้งที่อุณหภูมิแกนกลางลำตัวกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แยกให้ออก: หนาวสั่นธรรมดา หรือ อาการชักจากไข้?

ข้อกังวลอันดับต้นๆ คือการแยกความแตกต่างระหว่างอาการหนาวสั่นปกติกับการชักเกร็งจากไข้สูง ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้:

  • อาการหนาวสั่นจากไข้ (Chills/Rigors): เด็กยังมีสติ รู้ตัว สามารถพูดคุย สบตา หรือตอบสนองได้ อาการสั่นจะเป็นลักษณะสั่นพลิ้วตามกล้ามเนื้อ หากเข้าไปกอด จับ หรือพยายามดึงมือไว้ อาการสั่นจะลดลงหรือหยุดได้ชั่วคราว
  • อาการชักจากไข้ (Febrile Seizure): เด็กจะ "หมดสติ" หรือไม่รับรู้ตัว เรียกไม่ตอบ ตาอาจตั้งค้าง เกร็งกระตุกทั้งตัว หรือน้ำลายท่วมปาก อาการเกร็งกระตุกนี้จะไม่สามารถจับหรือเหนี่ยวรั้งให้หยุดสั่นได้

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เด็กมีไข้สูงเฉียบพลันร่วมกับหนาวสั่น

อาการหนาวสั่นมักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในระบบต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่:

1. การติดเชื้อไวรัสอย่างเฉียบพลัน

พบได้บ่อยที่สุดในเด็ก เช่น ไข้ไข้หวัดใหญ่ (Influenza), โรคไข้เลือดออก (ช่วงไข้ขึ้นสูง), โรคสุกใส, หรือการติดเชื้อไวรัส Adenovirus ซึ่งมักทำให้เกิดไข้สูงลอย 39-40 องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว

2. การติดเชื้อแบคทีเรีย

การติดเชื้อแบคทีเรียมักทำให้เกิดอาการหนาวสั่นรุนแรงกว่าไวรัส โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection) เช่น กรวยไตอักเสบ ซึ่งในเด็กเล็กมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน นอกจากไข้สูงและหนาวสั่น รวมถึงโรคปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

ขั้นตอนการรับมือและดูแลเมื่อลูกมีไข้สูงร่วมกับหนาวสั่น

หลักสำคัญ: ในช่วงที่เด็กกำลังหนาวสั่น ไม่ควรใช้น้ำเย็นเช็ดตัว และไม่ควรห่มผ้าหนาจนเกินไป

การดูแลเด็กในภาวะนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 ช่วงตามปฏิกิริยาของร่างกาย:

ช่วงที่ 1: ขณะที่เด็กรู้สึกหนาวสั่น (อุณหภูมิกำลังพุ่งสูง)

  • ห่มผ้าบางๆ: ให้ความอบอุ่นพอประมาณเพื่อลดความรู้สึกทรมานจากอาการหนาว แต่ห้ามใช้ผ้าห่มหนาหรือเสื้อผ้าหนาเตอะ เพราะจะขัดขวางการระบายความร้อน
  • ป้อนยาลดไข้: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล คำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวเด็กอย่างถูกต้อง (ประมาณ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม)
  • งดการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น: ในช่วงที่สั่น การเช็ดตัวหรือใช้น้ำเย็นจะยิ่งกระตุ้นให้เส้นเลือดหดตัวและกล้ามเนื้อเกร็งตัวสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น ทำให้อุณหภูมิแกนกลางยิ่งสูงขึ้น

ช่วงที่ 2: เมื่ออาการสั่นหยุดลง และเด็กรู้สึกร้อนจัด (ช่วงระบายความร้อน)

  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง: เมื่อปลายมือปลายเท้าเริ่มอุ่น แสดงว่าร่างกายเข้าสู่ช่วงระบายความร้อน ให้ถอดเสื้อผ้าออกแล้วเช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น ออกแรงเช็ดถูย้อนรูขุมขน เน้นบริเวณข้อพับ ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ
  • ดื่มน้ำมากๆ: ชดเชยการสูญเสียน้ำจากไข้สูง โดยให้จิบน้ำเปล่า น้ำเกลือแร่ หรือน้ำซุปอุ่นๆ บ่อยๆ

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

แม้ว่าอาการไข้สูงร่วมกับหนาวสั่นจะพบได้บ่อย แต่มียอดสัญญาณเตือนที่ไม่ควรรอช้า และต้องพาเด็กไปพบแพทย์โดยด่วน:

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ซน ไม่เล่น อ่อนแรง หรือร้องงอแงผิดปกติ โวยวาย สับสน
  • มีอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย หน้าอกบุ๋ม หรือปีกก้านจมูกบานเวลาหายใจ
  • ทานอาหารหรือนมไม่ได้เลย อาเจียนมาก มีภาวะขาดน้ำ (ริมฝีปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยลง)
  • มีผื่นแดง จุดเลือดออก หรือรอยช้ำขึ้นตามตัว
  • คอแข็ง ก้มคอไม่ติดอก หรือมีอาการเกร็งกระตุกสู้มือ
  • ไข้สูงเกิน 39.5-40 องศาเซลเซียส และไข้ไม่ลดลงเลยหลังกินยาลดไข้และเช็ดตัวอย่างถูกต้องแล้ว 2 ชั่วโมง

บทสรุปจากกุมารแพทย์

อาการไข้สูงเฉียบพลันร่วมกับอาการหนาวสั่นในเด็ก คือสัญญาณเตือนธรรมชาติที่บอกว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติ สังเกตว่าเด็กยังมีสติรับรู้ดีหรือไม่ ดูแลให้ยาลดไข้ เช็ดตัวอย่างถูกวิธีเมื่อหยุดสั่น และคอยสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายเพื่อพาไปพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down