ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกกินวิตามินเสริมเยอะไป... อันตรายกว่าที่คิด

เวลาที่เราเลี้ยงลูกน้อย สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องภาวะโภชนาการ กลัวว่าลูกจะได้รับสารอาหารไม่พอ กลัวลูกผอม หรือกลัวลูกขาดวิตามิน โดยเฉพาะธาตุเหล็กที่มีความสำคัญมากต่อพัฒนาการทางสมองและการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนตื่นตัวในการเสริมธาตุเหล็กให้ลูก แต่บางครั้ง ความหวังดีนี้อาจกลายเป็นภัยเงียบโดยไม่รู้ตัว หากเผลอให้ลูกกินวิตามินเสริมหรือยาที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงเกินไปจนเกิดภาวะธาตุเหล็กเกินพิษในทารกและก

ธาตุเหล็กสำคัญกับเด็ก แต่ทำไมถึงกลายเป็นพิษได้?

ในร่างกายของเด็กเล็ก ธาตุเหล็กมีหน้าที่หลักในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ แต่ร่างกายของทารกนั้นมีความสามารถในการขับธาตุเหล็กส่วนเกินออกได้น้อยมากๆ หากได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงเกินความต้องการอย่างกะทันหัน เช่น เผลอกินยาวิตามินรวมของพี่ หรือกินยาเสริมธาตุเหล็กเกินขนาดที่แพทย์สั่ง ธาตุเหล็กอิสระเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเยื่อบุทางเดินอาหารอย่างรุนแรง และซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปทำลายอวัยวะสำคัญ ทั้งตับ หัวใจ และสมอง ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต

ช่วงเวลาวิกฤต: สังเกตอาการอย่างไรเมื่อลูกได้รับธาตุเหล็กเกินขนาด

อาการพิษจากธาตุเหล็กมักจะไม่ได้แสดงผลทันทีทันใด แต่จะแบ่งออกเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

อาการใน 6 ชั่วโมงแรกหลังได้รับยา

ช่วงแรกเริ่มลูกจะมีอาการระคายเคืองทางเดินอาหารอย่างรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องรุนแรงจนร้องกวนไม่หยุด ซึมลง หรือในบางรายอาจมีอาการช็อกร่วมด้วยเนื่องจากเสียน้ำและเลือดจากทางเดินอาหาร

ช่วงพักหลอกตาก่อนอาการหนักจะตามมา

หลังจากผ่านไป 6 ถึง 24 ชั่วโมงแรก เด็กบางคนอาจดูเหมือนมีอาการดีขึ้น อาเจียนลดลงจนพ่อแม่ตายใจ แต่แท้จริงแล้วพิษกำลังกระจายเข้าสู่กระแสเลือดและเริ่มทำลายอวัยวะภายใน

อาการรุนแรงเมื่อตับและอวัยวะภายในเริ่มพัง

เมื่อเข้าสู่ช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมง ลูกจะมีอาการตับวาย ตัวเหลือง ตาเหลือง เลือดออกง่าย ความดันโลหิตต่ำ หายใจหอบลึก และอาจหมดสติหรือเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

คุณหมอวินิจฉัยและรักษาภาวะนี้อย่างไรบ้าง

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด เอกซเรย์ช่องท้องเพื่อดูว่ายังมีเม็ดยาตกค้างในกระเพาะอาหารหรือไม่ พร้อมกับตรวจเลือดเพื่อดูระดับธาตุเหล็กและการทำงานของตับ หากพบว่าได้รับเกินขนาดจริง แพทย์จะให้ยาขับธาตุเหล็กที่เรียกว่า Chelation Therapy เพื่อไปจับกับธาตุเหล็กส่วนเกินและขับออกทางปัสสาวะ รวมถึงการล้างท้องในรายที่เพิ่งกินเข้าไปไม่นาน

วิธีป้องกันความเสี่ยงที่พ่อแม่ทำได้ทันที

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ ยาเสริมธาตุเหล็ก วิตามินรวม หรืออาหารเสริมทุกชนิด ต้องถูกเก็บไว้ในตู้ยาหรือที่สูงที่พ้นมือเด็กและปิดฝาให้สนิททุกครั้ง ห้ามบอกเด็กเด็ดขาดว่ายาบำรุงเลือดหรือวิตามินเป็นขนม เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กแอบไปหยิบกินเองเวลาผู้ใหญ่เผลอ และที่สำคัญที่สุดคือควรให้ลูกกินตามขนาดที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ควรเพิ่มโดสเองเพราะคิดว่ายิ่งกินมากยิ่งดีต่อลูก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down