ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่รู้สึกปวดศีรษะตื้อๆ แทบทุกบ่าย หรือมีอาการปวดมวนท้อง แน่นลิ้นปี่ ท้องผูกสลับท้องเสียอยู่บ่อยๆ พอตัดสินใจลางานไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ทั้งเจาะเลือด ส่องกล้อง หรือเอกซเรย์ ผลตรวจทุกอย่างกลับออกมาปกติดีจนแพทย์บอกว่าไม่พบความผิดปกติทางกายใดๆ

หลายคนพอได้ยินแบบนี้อาจเริ่มสับสน หรือถูกคนรอบข้างมองว่าคิดไปเองหรือแกล้งป่วย แต่ในทางการแพทย์ ความเจ็บปวดเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ร่างกายเจ็บจริง ทรมานจริง เพียงแต่ต้นตอไม่ได้มาจากเชื้อโรคหรือโครงสร้างอวัยวะที่เสียหาย แต่เป็น อาการทางกายที่เกิดจากความเครียด ซึ่งส่งสัญญาณเตือนว่าสภาพจิตใจกำลังแบกรับภาระหนักเกินไปแล้ว

สมองและร่างกายเชื่อมถึงกันอย่างไร จนเกิดเป็นความเจ็บปวดเรื้อรัง?

เมื่อมีความเครียดสะสม สมองส่วนควบคุมอารมณ์จะส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังระบบประสาทอัตโนมัติและต่อมหมวกไต ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมาปริมาณมาก

ฮอร์โมนเหล่านี้ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายหดเกร็ง หลอดเลือดบีบตัว หัวใจเต้นเร็วขึ้น และระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดเพี้ยน หากความเครียดเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ร่างกายจะปรับตัวกลับสู่สมดุลได้เอง แต่ถ้าสะสมต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อและระบบประสาทที่ถูกกระตุ้นตลอดเวลาจะเริ่มประท้วงออกมาเป็นความเจ็บปวดทางกายในจุดต่างๆ

บริเวณยอดฮิตที่ร่างกายมักฟ้อง เมื่อจิตใจกำลังเหนื่อยล้า

1. อาการปวดศีรษะตื้อๆ เหมือนมีอะไรรัดรอบหัว

อาการปวดศีรษะจากความเครียดมักรู้สึกหนักๆ ตึงๆ บริเวณขมับ ท้ายทอย หรือต้นคอทั้งสองข้าง ไม่ได้ปวดตุ๊บๆ แบบไมเกรน และมักเป็นเรื้อรังช่วงบ่ายหรือเย็นของวันทำงาน เกิดจากการที่กล้ามเนื้อรอบกะโหลกศีรษะและต้นคอเกร็งตัวต่อเนื่อง

2. อาการปวดท้อง จุกแน่น และลำไส้แปรปรวน

สมองและระบบทางเดินอาหารทำงานเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดผ่านเส้นประสาทเวกัส (Vagus Nerve) จนทางเดินอาหารได้รับการขนานนามว่าเป็นสมองที่สองของร่างกาย เมื่อเกิดความเครียด การบีบตัวของกระเพาะและลำไส้จะรวน บางรายมีกรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อย ท้องอืด จุกแน่น หรือเกิดภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS) ท้องเสียสลับท้องผูกโดยไม่มีการติดเชื้อ

3. แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น

ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อซี่โครงเกร็งตัว ร่วมกับการหายใจตื้นและเร็วเกินไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้รู้สึกอึดอัด หายใจเข้าได้ไม่เต็มปอด หรือรู้สึกหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ ทั้งที่ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วไม่พบรอยโรค

เช็กลิสต์ง่ายๆ ปวดแบบไหนที่มักมีต้นตอมาจากความเครียด

  • ความเจ็บปวดสัมพันธ์กับอารมณ์: สังเกตได้ว่าอาการมักกำเริบหนักขึ้นในวันที่งานเยอะ มีเรื่องกังวล หรือช่วงที่มีปัญหาความสัมพันธ์
  • ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ: ผ่านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ สแกน หรือส่องกล้องแล้วไม่พบรอยโรคชัดเจน
  • กินยาแก้ปวดแล้วไม่ค่อยดีขึ้น: ยาแก้ปวดทั่วไปบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราว หรือแทบไม่ช่วยเลย เพราะต้นเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งยังคงอยู่
  • มีอาการนอนไม่หลับหรือตื่นกลางดึกร่วมด้วย: มักหลับยาก หลับไม่สนิท ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลียเหมือนไม่ได้พักผ่อน

แนวทางฟื้นฟูร่างกายและรีเซ็ตระบบประสาทให้กลับมาสมดุล

การรักษาอาการทางกายที่เกิดจากความเครียด จำเป็นต้องดูแลควบคู่กันทั้งกายและใจ โดยสามารถเริ่มต้นปรับเปลี่ยนในชีวิตประจำวันได้ดังนี้
  • ฝึกหายใจช้าและลึก: การหายใจเข้าลึกๆ ให้ท้องป่อง และผ่อนลมหายใจออกยาวๆ วันละ 5-10 นาที ช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ซึ่งทำหน้าที่สั่งให้ร่างกายผ่อนคลายและลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียด
  • ยืดเหยียดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ: หมั่นปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกขึ้นยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ หรือแช่น้ำอุ่นเพื่อช่วยคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • จัดระเบียบความคิดและเวลานอน: กำหนดเวลาตัดขาดจากหน้าจอและการทำงานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้สมองรับรู้ว่าถึงเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริง
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ทุเลา การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดเพื่อทำจิตบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) หรือใช้ยาปรับสารสื่อประสาทในระยะสั้น จะช่วยตัดวงจรความเจ็บปวดได้อย่างตรงจุด

อาการเตือนแบบไหน ที่ต้องรีบกลับไปพบแพทย์ทันที?

แม้ว่าความเครียดจะเป็นสาเหตุของอาการทางกายได้หลากหลาย แต่ก็ไม่ควรด่วนสรุปเอาเองจนละเลยสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรง หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำอย่างละเอียด
  • น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก
  • มีไข้เรื้อรัง อ่อนเพลียมาก หรือเบื่ออาหาร
  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน ถ่ายดำ หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • อาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมีอาการชา แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยวร่วมด้วย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down