คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคนคงเคยเจอโมเมนต์ที่ลูกน้อยร้องงอแงไม่หยุด ไม่ยอมกินนม หรือนอนหลับไม่สบายตัว ลองจับท้องดูแล้วก็รู้สึกตึงๆ ป่องๆ ใช่ไหม ภาวะท้องอืดและมีแรงดันในช่องท้องในทารกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากๆ อาจทำให้เจ้าตัวเล็กไม่สบายตัว หงุดหงิด และสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ไม่น้อยเลย วันนี้คุณหมอจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้แบบเจาะลึก พร้อมวิธีรับมือที่ทำได้ง่ายๆ เพื่อให้ลูกน้อยสบายท้องขึ้น
อาการท้องอืดในลูกน้อย เกิดขึ้นได้บ่อยแค่ไหน?
ภาวะท้องอืด (Bloating) คือการที่ทารกมีแก๊สสะสมอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้มากเกินไป ทำให้ท้องดูป่อง ตึง และลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัว อาการเหล่านี้พบได้บ่อยมากในเด็กทารก โดยเฉพาะในช่วง 3-4 เดือนแรก เพราะระบบย่อยอาหารของเขายังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เต็มที่ มักดีขึ้นเมื่อลูกโตขึ้นและระบบทางเดินอาหารพัฒนามากขึ้น
ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงท้องอืดบ่อยๆ? มาดูกันว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุของภาวะท้องอืดในทารกมีหลากหลาย ที่พบบ่อยๆ มักเกิดจากปัจจัยเหล่านี้
การกินนมเร็วเกินไป หรือกินมากเกินไป
- เมื่อลูกดูดนมเร็วเกินไป ไม่ว่าจะจากเต้าหรือขวด อาจทำให้กลืนอากาศเข้าไปพร้อมกับนมจำนวนมาก
- การให้ลูกกินนมในปริมาณที่มากเกินไปในแต่ละครั้ง ทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก และอาจเกิดแก๊สได้ง่ายขึ้น
การกลืนอากาศ
- ระหว่างการดูดนม ไม่ว่าจะเป็นนมแม่หรือนมผง ลูกอาจกลืนอากาศเข้าไปได้ง่าย หากท่าให้นมไม่ถูกต้อง หรือขวดนมและจุกนมไม่เหมาะสม
- การร้องไห้โยเยนานๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทารกกลืนอากาศเข้าไปในปริมาณมาก
ระบบย่อยอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์
- ในช่วงแรกเกิด ลำไส้ของทารกยังมีเอนไซม์สำหรับย่อยอาหารไม่ครบถ้วน ทำให้การย่อยนมบางชนิดเป็นไปได้ยากขึ้น ก่อให้เกิดแก๊สได้
- แบคทีเรียในลำไส้ของทารกยังไม่สมดุล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการย่อยอาหารและควบคุมการเกิดแก๊ส
แพ้อาหาร หรือไม่ย่อยอาหารบางชนิด
- ทารกบางคนอาจมีอาการแพ้นมวัว โปรตีนในนมถั่วเหลือง หรือส่วนประกอบอื่นๆ ในอาหาร หรืออาจไม่ย่อยน้ำตาลแลคโตส ซึ่งทำให้เกิดแก๊สและอาการท้องอืดตามมาได้
- ในกรณีที่ลูกกินนมแม่ อาหารบางชนิดที่คุณแม่กินเข้าไป อาจส่งผลต่อลูกผ่านทางน้ำนมได้เช่นกัน
ท้องผูก
- เมื่อลูกท้องผูก อุจจาระที่ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่จะทำให้เกิดการหมักหมมและสร้างแก๊สมากขึ้น กดเบียดทำให้ท้องแน่นและรู้สึกไม่สบายตัว
ลูกน้อยมีอาการแบบไหน บ่งบอกว่ากำลังท้องอืดไม่สบายตัว?
อาการท้องอืดในทารกมีหลายแบบ คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตดูว่าลูกมีอาการเหล่านี้หรือไม่
- ท้องป่อง ตึง แข็ง: เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าท้องตึงกว่าปกติ
- ร้องไห้โยเย งอแง: โดยเฉพาะหลังกินนม หรือตอนกลางคืน
- ไม่สบายตัว ดิ้นไปมา: อาจงอขาขึ้นมาชิดหน้าท้อง หรือเตะขาไปมาคล้ายกำลังปวดท้อง
- ผายลมหรือเรอเยอะ: เป็นวิธีที่ร่างกายพยายามขับแก๊สออกมา
- กินนมน้อยลง หรือปฏิเสธการกินนม: เพราะรู้สึกอิ่มหรือไม่สบายท้อง
- นอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท: เนื่องจากอาการปวดท้องหรือแน่นท้อง
คุณพ่อคุณแม่จะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดให้ลูกน้อยได้อย่างไร?
ไม่ต้องกังวลไป คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องอืดให้ลูกน้อยได้หลายวิธี ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ดู
ท่าอุ้มไล่ลม: ท่าไหนดี ลูกสบายท้อง?
หลังจากให้นมลูกทุกครั้ง ควรจับลูกเรอเพื่อไล่อากาศที่กลืนเข้าไป หลักการคือให้ตัวลูกตั้งตรง ศีรษะและลำตัวอยู่ในแนวเดียวกัน และมีการกดเบาๆ ที่ท้องส่วนบน
- ท่าพาดบ่า: อุ้มลูกพาดบ่า ให้คางลูกพักอยู่บนไหล่ ใช้มือลูบหลังเบาๆ หรือตบก้นเบาๆ
- ท่านั่ง: ให้ลูกนั่งบนตักของคุณพ่อคุณแม่ โน้มตัวลูกไปข้างหน้าเล็กน้อย ประคองคางและหน้าอกลูกไว้ ใช้มืออีกข้างลูบหลังลูก
- ท่านอนคว่ำบนตัก: วางลูกนอนคว่ำบนหน้าตัก ให้ศีรษะสูงกว่าก้นเล็กน้อย แล้วลูบหลังเบาๆ
การนวดท้องเบาๆ: เคล็ดลับคลายแน่น
การนวดท้องลูกเบาๆ ตามเข็มนาฬิกาสามารถช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และขับแก๊สได้
- นอนให้ลูกหงายบนพื้นผิวที่นุ่มสบาย ใช้ปลายนิ้วมือลูบวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิการอบสะดือ
- ยกขาของลูกงอขึ้นลงสลับกัน เหมือนปั่นจักรยานกลางอากาศ เพื่อช่วยนวดช่องท้องและขับลม
- อาจใช้เบบี้ออยล์หรือบาล์มสำหรับเด็กช่วยให้ลื่นขึ้น
ปรับท่าให้นม และวิธีให้นมลูกให้ถูกต้อง
- การให้นมแม่: ตรวจสอบว่าลูกอมหัวนมได้ลึกพอและดูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้ดูดแต่ปลายหัวนม
- การให้นมขวด: จับขวดนมให้เอียงทำมุมพอดี เพื่อให้นมเต็มจุกนมตลอดเวลา ลดการกลืนอากาศ ลูกควรมีศีรษะสูงกว่าลำตัวเล็กน้อย
การเลือกขวดนมและจุกนม
เลือกขวดนมที่ออกแบบมาเพื่อลดการกลืนอากาศ (anti-colic bottle) และเลือกจุกนมที่มีขนาดและอัตราการไหลที่เหมาะสมกับวัยของลูก ไม่เร็วหรือช้าเกินไป
เรื่องอาหารการกินของคุณแม่ (สำหรับคุณแม่ให้นม)
หากคุณแม่ให้นมลูก ลองสังเกตอาหารที่กินว่ามีอะไรที่อาจกระตุ้นให้ลูกท้องอืดหรือไม่ เช่น นมวัว กะหล่ำปลี ถั่ว หรืออาหารรสจัดบางชนิด ลองงดอาหารกลุ่มที่สงสัยทีละอย่างแล้วสังเกตอาการลูกดู
ลูกน้อยท้องผูก: จัดการอย่างไรดี?
หากท้องอืดมีสาเหตุมาจากการท้องผูก ลองปรับปริมาณน้ำนมให้เหมาะสมในแต่ละมื้อ เพิ่มปริมาณน้ำ (ในเด็กที่อายุเหมาะสม) หรือปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับการให้ไฟเบอร์ในรูปแบบต่างๆ
อาการแบบไหน ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลูกไปหาหมอ?
แม้ว่าอาการท้องอืดในทารกส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและสามารถดูแลเบื้องต้นเองได้ แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
- ลูกร้องไห้รุนแรงไม่หยุด ดูปวดท้องมากผิดปกติ
- ท้องบวมเป่ง แข็งตึงมาก และลูกดูอ่อนเพลีย เซื่องซึม
- มีไข้ อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนมีสีเขียวปน
- ไม่ยอมกินนม หรือปฏิเสธอาหารติดต่อกันนานๆ
- ไม่ผายลมหรือไม่ถ่ายอุจจาระหลายวัน
- มีเลือดปนในอุจจาระ
การดูแลลูกน้อยเมื่อมีอาการท้องอืดอาจต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป ลองใช้วิธีที่แนะนำไป และที่สำคัญคือต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัยหรืออาการไม่ดีขึ้น อย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด