ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะตกใจและกังวลไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเห็นลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วันมีอาการตาแดง บวม หรือมีขี้ตาแฉะๆ คล้ายเป็นหนอง บางคนก็สงสัยว่าลูกไปติดเชื้อมาจากไหนกันนะ? เป็นความผิดปกติร้ายแรงหรือเปล่า? วันนี้คุณหมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องโรคตาอักเสบในเด็กแรกเกิดที่พบได้บ่อยกัน

ทำไมลูกน้อยเพิ่งคลอดถึงมีอาการตาอักเสบ? มาจากคุณแม่หรือเปล่า?

อาการตาอักเสบในเด็กแรกเกิดที่เราเรียกกันว่า “Ophthalmia Neonatorum” หรือ “เยื่อบุตาอักเสบในทารกแรกเกิด” เนี่ย ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อโรคที่ส่งผ่านจากคุณแม่ไปสู่ลูกน้อยนั่นเองครับ

คุณแม่ส่งเชื้อโรคให้ลูกได้ยังไงบ้าง?

การส่งผ่านเชื้อโรคจากคุณแม่สู่ลูกน้อยนั้นเกิดขึ้นได้หลายทาง และอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่คุณแม่ยังตั้งครรภ์ ไปจนถึงช่วงเวลาคลอด หรือแม้แต่หลังคลอดแล้วก็ตาม

  • ตั้งแต่ยังไม่คลอด... เชื้อโรคก็แอบมาได้: บางครั้งเชื้อโรคบางชนิดสามารถเดินทางผ่านรกไปถึงทารกในครรภ์ได้เลย แต่กรณีที่ทำให้เกิดตาอักเสบแบบนี้ค่อนข้างน้อยครับ
  • ช่วงที่ลูกน้อยเดินทางออกมาจากท้องคุณแม่: นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่เชื้อโรคจากช่องคลอดของคุณแม่สามารถเข้าสู่ดวงตาของลูกน้อยได้โดยตรงขณะที่ทารกคลอดผ่านช่องทางธรรมชาติครับ นี่เป็นสาเหตุหลักเลยของโรคตาอักเสบในเด็กแรกเกิด
  • แม้จะออกมาแล้ว... ก็ยังต้องระวัง: หลังคลอดแล้ว ถ้าคุณแม่หรือคนใกล้ชิดมีการติดเชื้อและไม่ได้ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสลูกน้อย ก็อาจนำเชื้อโรคไปสู่ลูกได้เหมือนกัน

เชื้อโรคตัวไหนบ้างนะ ที่มักจะทำให้ลูกน้อยตาอักเสบ?

เชื้อโรคที่ทำให้เกิดตาอักเสบในเด็กแรกเกิดมีหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยและมีความสำคัญที่คุณแม่ควรรู้มีดังนี้ครับ

  • แบคทีเรียตัวร้าย: หนองในแท้และคลาไมเดีย
    • หนองในแท้ (Gonorrhea): เชื้อชนิดนี้ก่อให้เกิดอาการรุนแรงได้เร็วมากครับ มักจะแสดงอาการภายใน 2-4 วันหลังคลอด ลูกน้อยจะมีขี้ตาเป็นหนองสีเหลืองขุ่นๆ จำนวนมาก เปลือกตาบวมแดงจัดอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่รีบรักษา อาจทำให้กระจกตาเป็นแผลและตาบอดได้เลยครับ
    • คลาไมเดีย (Chlamydia): เชื้อชนิดนี้อาจจะแสดงอาการช้ากว่าหน่อย คือประมาณ 5-14 วันหลังคลอด อาการจะมีความรุนแรงน้อยกว่าหนองในแท้ แต่ก็มีขี้ตาเหนียวๆ เปลือกตาบวมแดง และเรื้อรังได้นาน ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ปอดตามมาได้ด้วยนะครับ
  • ไวรัสตัวแสบ: โดยเฉพาะเริม (Herpes simplex)
    หากคุณแม่เป็นเริมที่อวัยวะเพศ ลูกน้อยก็อาจได้รับเชื้อนี้ขณะคลอดผ่านช่องทางธรรมชาติได้ครับ อาการตาอักเสบจากเริมจะคล้ายคลึงกับเชื้อแบคทีเรีย แต่ที่น่ากังวลคือเชื้อเริมอาจจะลามไปติดส่วนอื่นๆ ของร่างกาย หรือถึงขั้นติดเชื้อในสมองซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้เลย
  • สาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เชื้อโรค: บางครั้งอาการตาแดง ขี้ตาเล็กน้อย อาจเกิดจากปฏิกิริยาแพ้ต่อยาหยอดตาที่ใช้ป้องกันตาอักเสบหลังคลอดก็ได้ครับ แต่มักจะเป็นเพียงชั่วคราวและหายได้เอง

สังเกตอาการแบบไหน... ถึงจะรู้ว่าลูกน้อยกำลังมีปัญหาที่ดวงตา?

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการที่บ่งบอกว่าลูกน้อยอาจมีปัญหาตาอักเสบได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ

  • ตาแดง ตาบวม: ดวงตาของลูกจะดูแดงก่ำผิดปกติ หรือเปลือกตาบวมเป่ง
  • มีขี้ตา...ลักษณะแบบไหนที่ต้องระวัง?
    • ขี้ตาสีเหลือง สีเขียว คล้ายหนอง
    • ขี้ตามีปริมาณมาก ไหลออกมาตลอดเวลา จนทำให้เปลือกตาบนและล่างติดกัน
    • ขี้ตาเหนียวๆ เป็นเมือกๆ
  • อาการอื่น ๆ ที่อาจพบร่วมด้วย: ลูกน้อยอาจจะหงุดหงิด งอแง ไม่ยอมลืมตา หรือดูมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วยได้

ถ้าลูกตาอักเสบ คุณหมอจะดูแลรักษาอย่างไรให้ลูกหายเป็นปกติ?

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยมาพบคุณหมอ สิ่งที่คุณหมอจะทำคือ

  • คุณหมอจะตรวจหาเชื้อโรคได้อย่างไร?
    คุณหมอจะตรวจดูอาการของลูกอย่างละเอียด และอาจจะเก็บตัวอย่างขี้ตาหรือน้ำตาไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อหาชนิดของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการครับ การรู้ชนิดของเชื้อโรคจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพที่สุด
  • การรักษา... เมื่อรู้แล้วว่าเป็นเชื้ออะไร
    เมื่อทราบชนิดของเชื้อโรคแล้ว คุณหมอจะให้ยาที่เหมาะสมครับ
    • ถ้าเป็นแบคทีเรีย: จะให้ยาปฏิชีวนะ ทั้งแบบหยอดตา กิน หรือฉีด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของเชื้อ
    • ถ้าเป็นไวรัสเริม: จะให้ยาต้านไวรัส ทั้งแบบหยอดตาและยากิน
    การรักษาที่รวดเร็วและถูกต้องมีความสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาครับ

คุณแม่ป้องกันโรคตาอักเสบในลูกน้อยได้ไหม? ทำอย่างไรดี?

แน่นอนครับว่าคุณแม่สามารถป้องกันโรคตาอักเสบในลูกน้อยได้ สิ่งสำคัญคือการดูแลสุขภาพของคุณแม่เองตั้งแต่ก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงการดูแลลูกน้อยหลังคลอด

  • ดูแลสุขภาพคุณแม่ให้ดีตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์: หากคุณแม่มีแผนที่จะตั้งครรภ์ การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์และรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้หายขาดก่อนเป็นสิ่งสำคัญมากครับ
  • เมื่อตั้งครรภ์แล้ว... ต้องระวังอะไรบ้าง?
    ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรไปฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามนัด และแจ้งประวัติสุขภาพทั้งหมดให้คุณหมอทราบอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณแม่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ คุณหมอจะได้ตรวจคัดกรองและให้การรักษาที่เหมาะสม
  • การดูแลลูกน้อยหลังคลอด... สำคัญไม่แพ้กัน:
    • โรงพยาบาลส่วนใหญ่จะมีการหยอดตาหรือป้ายยาปฏิชีวนะให้ทารกแรกเกิดทุกรายหลังคลอดทันที เพื่อป้องกันการติดเชื้อหนองในแท้และคลาไมเดีย ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันโรคตาอักเสบครับ
    • คุณพ่อคุณแม่และผู้ดูแลควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสลูกน้อย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและดวงตา
    • หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติที่ดวงตาของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นตาแดง บวม หรือมีขี้ตามากผิดปกติ ควรรีบพาลูกน้อยไปพบคุณหมอทันที อย่ารอช้า หรือพยายามรักษาเองนะครับ

การดูแลลูกน้อยในวัยแรกเกิดเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องใส่ใจเป็นพิเศษครับ หากคุณแม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการส่งผ่านเชื้อจากมารดาสู่ทารก และรู้จักสังเกตอาการผิดปกติ ก็จะสามารถพาลูกน้อยไปพบคุณหมอและได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ทำให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างปลอดภัยและมีดวงตาที่สดใสแข็งแรงครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ