ผอมเกินไปใช่ไหม? มาเช็กกันก่อนว่าเราอยู่ในภาวะน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือเปล่า
บ่อยครั้งที่หมอตรวจเจอคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหา กินเยอะมากแต่ไม่อ้วน หรือบางคนก็รู้สึกเพลียตลอดเวลาทั้งที่ดูภายนอกก็ปกติดี หลายคนมักมองว่าการผอมเป็นเรื่องดี แต่ในทางการแพทย์ ภาวะน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอาจเป็นสัญญาณเตือนของร่างกายที่ขาดสารอาหาร หรือการทำงานของระบบเผาผลาญที่ผิดปกติได้เหมือนกัน ก่อนจะกังวลไปมากกว่านี้ ลองคำนวณดัชนีมวลกาย หรือ BMI ดูว่าตัวเลขออกมาต่ำกว่า 18.5 หรือไม่ หากต่ำกว่านั้น เราอาจจะต้องมาคุยกันว่าเกิดจากอะไรและแก้ไขอย่างไร
สาเหตุที่ทำให้เราผอมจนน่ากังวล
สาเหตุของภาวะนี้มีหลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องกินน้อยอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดเสมอไป หมออยากให้ลองสำรวจปัจจัยเหล่านี้ดูครับ
- พันธุกรรม: บางคนมีระบบเผาผลาญที่ทำงานเร็วมากตั้งแต่อยู่ในยีน แม้จะกินมากกว่าคนทั่วไปก็ยังไม่อ้วน
- การเจ็บป่วยแฝง: เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษที่ทำให้อัตราการเผาผลาญสูงผิดปกติ หรือโรคในระบบทางเดินอาหารที่ทำให้ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร
- ปัญหาสุขภาพจิต: ความเครียดสะสม อาการเบื่ออาหาร หรือโรคทางจิตเวชบางชนิดส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการรับประทานอาหาร
- กิจกรรมในชีวิตประจำวัน: คนที่ใช้พลังงานสูงมากจากการทำงานหรือการออกกำลังกาย แต่ได้รับพลังงานเข้าไปไม่เพียงพอก็ทำให้น้ำหนักลดลงได้
ผลกระทบต่อร่างกายเมื่อน้ำหนักน้อยเกินไป
ร่างกายคนเราต้องการสารอาหารและไขมันในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ราบรื่น ภาวะน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอาจนำมาซึ่งปัญหาเหล่านี้
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: เมื่อร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ยากขึ้น ทำให้ป่วยง่ายและหายช้า
- กระดูกเปราะบาง: โดยเฉพาะในผู้หญิง การมีน้ำหนักน้อยเกินไปอาจสัมพันธ์กับการขาดแคลเซียมและวิตามินดี ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในอนาคต
- ภาวะโลหิตจาง: มักเกิดจากการได้รับธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือโฟเลตไม่เพียงพอ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เวียนหัวบ่อย
- รอบเดือนผิดปกติ: ในผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวต่ำเกินไป ร่างกายอาจหยุดการตกไข่ ซึ่งส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากและสุขภาพฮอร์โมนโดยรวม
ปรับพฤติกรรมการกินอย่างไรให้สุขภาพดีขึ้นแบบยั่งยืน
เป้าหมายไม่ใช่แค่การทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่ต้องเป็นการเพิ่มน้ำหนักอย่างมีคุณภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นจริงๆ หมอแนะนำหลักการง่ายๆ ดังนี้
เลือกกินอาหารที่ให้พลังงานสูงและมีประโยชน์
แทนที่จะไปพึ่งพาอาหารขยะหรือของทอดที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ให้เปลี่ยนมาเลือกอาหารที่ให้พลังงานหนาแน่นจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ถั่วต่างๆ อะโวคาโด ธัญพืชไม่ขัดสี ไข่ หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อาหารเหล่านี้ให้ทั้งพลังงานและสารอาหารที่ร่างกายนำไปใช้สร้างกล้ามเนื้อได้จริง
เพิ่มความถี่ในการมื้ออาหาร
ถ้าเป็นคนอิ่มเร็ว ให้ลองซอยย่อยมื้ออาหารจาก 3 มื้อใหญ่ เป็น 5-6 มื้อเล็กต่อวัน วิธีนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่อเนื่องโดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดแน่นท้องจนเกินไป
ออกกำลังกายเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ
การเพิ่มน้ำหนักด้วยการนอนกินอย่างเดียวอาจทำให้ได้ไขมันส่วนเกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ สิ่งที่หมอแนะนำคือการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างสมส่วนและช่วยให้ร่างกายดูเฟิร์มและแข็งแรงขึ้น
เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ
หากคุณพยายามปรับการกินและใช้ชีวิตแล้วน้ำหนักยังไม่ขยับ หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ผมร่วงหนัก ผิวแห้งกร้าน ประจำเดือนขาด หรือรู้สึกเหนื่อยล้าผิดปกติจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน หมอแนะนำว่าควรเข้ามาตรวจร่างกายเพื่อดูผลเลือดหรือค่าฮอร์โมน เพื่อให้มั่นใจว่าภาวะน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานนี้ไม่ได้เกิดจากโรคประจำตัวที่แฝงอยู่ครับ