ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เหตุใดออกซิเจนจึงสำคัญต่อสมองเด็กมากขนาดนั้น

สมองของเด็กเป็นอวัยวะที่ต้องการพลังงานและออกซิเจนสูงมากในการเจริญเติบโตครับ ในช่วงเวลาที่สมองขาดออกซิเจนไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อเซลล์ประสาทที่กำลังพัฒนาได้ เปรียบเสมือนโรงงานไฟฟ้าที่ถูกตัดไฟกะทันหัน ซึ่งภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทจากการขาดออกซิเจนในเด็กมักทิ้งร่องรอยไว้ในหลายระดับ ขึ้นอยู่กับว่าสมองขาดออกซิเจนไปนานแค่ไหนและรุนแรงเพียงใด

สัญญาณเตือนเมื่อสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

ในระยะแรกหลังเกิดเหตุการณ์ เรามักจะสังเกตเห็นความผิดปกติผ่านพฤติกรรมและอาการทางระบบประสาทของเด็กที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน อาการเหล่านี้เปรียบเสมือนสัญญาณไฟแดงที่บอกให้เรารู้ว่าสมองกำลังมีปัญหา

  • มีอาการชักเกร็งหรือกระตุกโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เด็กดูซึมลงมากผิดปกติ ปลุกตื่นยาก หรือไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
  • การดูดนมหรือการกลืนทำได้ลำบากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
  • กล้ามเนื้อมีอาการอ่อนแรง หรือในบางรายอาจมีอาการตัวแข็งเกร็งผิดธรรมชาติ

ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อย

เมื่อผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปแล้ว สิ่งที่หมอและครอบครัวต้องช่วยกันประเมินต่อคือผลกระทบที่อาจหลงเหลืออยู่ ซึ่งมักจะแสดงออกมาในรูปแบบของพัฒนาการที่ล่าช้าหรือความบกพร่องทางร่างกาย

ปัญหาด้านพัฒนาการและการเรียนรู้

เด็กบางคนอาจมีพัฒนาการทางสติปัญญาที่ช้ากว่าวัย หรือมีปัญหาเรื่องสมาธิและการจดจ่อ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่เซลล์สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ได้รับความเสียหายในช่วงแรก

ความบกพร่องด้านการเคลื่อนไหว

เราอาจพบภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวผิดปกติ หรือภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ที่ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องการทรงตัว การเดิน หรือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เด็กกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด

การดูแลและฟื้นฟูสมองหลังผ่านช่วงวิกฤต

หัวใจสำคัญของการดูแลเด็กที่มีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทคือการทำกายภาพบำบัดและการกระตุ้นพัฒนาการตั้งแต่วันแรกที่ทำได้ สมองของเด็กมีความยืดหยุ่นสูง (Neuroplasticity) ซึ่งหมายความว่าเซลล์สมองส่วนที่เหลืออยู่สามารถเรียนรู้และรับหน้าที่แทนส่วนที่เสียหายได้ หากได้รับการกระตุ้นอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอจากคุณพ่อคุณแม่และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเฉพาะทาง

หากคุณสังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีพัฒนาการที่ถอยหลัง หรือมีพฤติกรรมแปลกไปจากเด็กในวัยเดียวกัน เช่น เรียกแล้วไม่หัน ไม่สบตา หรือมีปัญหาเรื่องการกลืนและการทรงตัวที่แย่ลงเรื่อยๆ อย่ารอช้าครับ การเข้าพบกุมารแพทย์ด้านระบบประสาทเพื่อประเมินอาการอย่างละเอียดจะช่วยให้ลูกได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down