ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนมักถามหมอว่า ทำไมเราถึงเป็นคนขี้กังวล ทั้งที่ชีวิตก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย

หลายครั้งที่คนไข้มาปรึกษาหมอด้วยอาการวิตกกังวลเรื้อรัง พวกเขามักเล่าว่ารู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้ หรือสังเกตว่าคนในครอบครัวเองก็มีลักษณะนิสัยที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หรือพี่น้อง คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือความรู้สึกเหล่านี้มันส่งต่อกันทางสายเลือดได้จริงหรือไม่ หรือเราแค่ซึมซับนิสัยมาจากการเลี้ยงดูเท่านั้น

พันธุกรรมกับความเสี่ยงโรควิตกกังวล: รหัสลับในดีเอ็นเอที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำตอบสั้นๆ คือ พันธุกรรมมีส่วนจริงครับ ทางการแพทย์เราพบว่าโรควิตกกังวลไม่ใช่โรคที่เกิดจากเหตุการณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานมาจากโครงสร้างทางชีวภาพด้วย งานวิจัยพบว่าหากเรามีคนในครอบครัวสายตรงเป็นโรควิตกกังวล ความเสี่ยงที่เราจะเป็นตามไปด้วยนั้นสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่ว่าเราได้รับยีนตัวใดตัวหนึ่งที่กำหนดให้ต้องเป็นโรคโดยเฉพาะ แต่เราได้รับชุดรหัสพันธุกรรมที่ส่งผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองที่ตอบสนองต่อความเครียดได้ไวเกินไป

เมื่อระบบเตือนภัยในสมองทำงานไวเกินเหตุ

ลองจินตนาการว่าสมองของเรามีเครื่องตรวจจับอันตราย เหมือนระบบสัญญาณกันขโมยที่บ้าน ในคนที่มียีนเสี่ยงต่อโรควิตกกังวล ระบบสัญญาณกันขโมยนี้จะมีความไวสูงมาก (Hypersensitivity) บางครั้งแค่เสียงลมพัดใบไม้ไหว สมองส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลความกลัวอย่าง อะมิกดาลา (Amygdala) ก็อาจจะสั่งการให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาทันที ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นเลย ซึ่งกลไกการทำงานที่ละเอียดอ่อนและรวดเร็วเกินไปแบบนี้มักถ่ายทอดผ่านพันธุกรรมได้

ปัจจัยแวดล้อม: ตัวจุดชนวนที่พันธุกรรมสร้างไว้

ถึงแม้พันธุกรรมจะวางโครงสร้างความเสี่ยงไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีรหัสพันธุกรรมนี้จะต้องป่วยเสมอไป เรามักเปรียบเทียบว่าพันธุกรรมคือปืนที่บรรจุกระสุนไว้ แต่สิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่เหนี่ยวไก

  • ประสบการณ์วัยเด็ก: การเติบโตในครอบครัวที่กดดันหรือมีการเปลี่ยนแปลงรุนแรงอาจไปกระตุ้นยีนที่เกี่ยวข้องกับความกังวลให้แสดงออกมากขึ้น
  • ความเครียดสะสมในชีวิตประจำวัน: เมื่อสมองที่มีพื้นฐานความเปราะบางทางพันธุกรรมต้องเผชิญกับแรงกดดันระยะยาว จึงส่งผลให้กลไกการปรับตัวล้มเหลวและเกิดเป็นอาการของโรควิตกกังวล

เราจะรับมืออย่างไรเมื่อรู้ว่ามีความเสี่ยงทางพันธุกรรม

การรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น แทนที่จะโทษตัวเองว่าเป็นคนอ่อนแอ เราจะได้เปลี่ยนมาโฟกัสที่การดูแลระบบประสาทของตัวเอง

หมอมักแนะนำให้คนไข้กลุ่มนี้ฝึกทักษะการปรับจูนสมอง เช่น การทำสมาธิแบบกำหนดลมหายใจ หรือการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมองให้ทำงานนิ่งขึ้น รวมถึงการทำจิตบำบัดเพื่อเรียนรู้ที่จะรู้ทันความคิดตัวเองก่อนที่มันจะเตลิดไปไกล หากดูแลตัวเองดีพอ แม้จะมีรหัสพันธุกรรมที่ไวต่อความเครียด เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและจัดการกับความกังวลนั้นได้เป็นอย่างดี

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down