ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคนในครอบครัวถึงมีแนวโน้มกังวลง่ายเหมือนๆ กัน

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ที่มีอาการวิตกกังวลเรื้อรัง มักจะได้ยินคำบอกเล่าว่า พ่อหรือแม่เองก็เป็นคนขี้กังวลและคิดมากมาตลอดชีวิต คำถามที่ตามมาเสมอคือ โรคนี้ติดต่อกันทางกรรมพันธุ์ได้จริงหรือ หลายคนรู้สึกผิดที่อาจส่งต่อความเครียดนี้ไปให้ลูกหลาน หมออยากบอกว่าความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งทำพลาด แต่เป็นส่วนผสมที่ซับซ้อนระหว่างยีนที่เราได้รับมาและสิ่งแวดล้อมที่เติบโตขึ้นมา

พันธุกรรมกับความเสี่ยงโรควิตกกังวลมีส่วนแค่ไหน

ยีนไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าเราต้องเป็นโรคแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มันทำหน้าที่เหมือนตัวจุดชนวนที่ทำให้ระบบตอบสนองต่อความเครียดในร่างกายเราไวเป็นพิเศษ งานวิจัยทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า หากมีญาติสายตรงเคยป่วยด้วยโรควิตกกังวล จะทำให้เรามีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป โดยยีนเหล่านี้มีผลต่อการหลั่งสารเคมีในสมอง เช่น เซโรโทนิน หรือ โดพามีน ที่มีหน้าที่คอยปรับสมดุลอารมณ์ให้คงที่ หากกลไกส่วนนี้ทำงานต่างจากคนอื่น เราก็จะรับมือกับความเครียดได้ยากกว่าคนอื่น

เราเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมไม่ได้ แต่จัดการวิถีชีวิตได้

แม้จะแก้ไขรหัสพันธุกรรมไม่ได้ แต่ข่าวดีคือโรควิตกกังวลไม่ได้ขึ้นอยู่กับยีนเพียงอย่างเดียว สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ปัจจัยเหนือพันธุกรรม หรือ Epigenetics คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า การใช้ชีวิต การฝึกสติ และการจัดระเบียบความคิด สามารถไปสั่งการยีนให้แสดงออกในทางที่ดีขึ้นได้ เหมือนเรามีพิมพ์เขียวที่มาพร้อมความเปราะบาง แต่เราสามารถสร้างเกราะป้องกันให้แข็งแรงขึ้นด้วยตัวเอง

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเราควรเริ่มดูแลใจตัวเอง

  • เริ่มรู้สึกกังวลในเรื่องเดิมๆ ซ้ำซากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มีอาการทางกายร่วมด้วยบ่อยๆ เช่น ใจสั่น แน่นหน้าอก หรือนอนไม่หลับโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • รู้สึกว่าตัวเองรับมือกับความกดดันได้น้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก
  • มีความรู้สึกหวาดระแวงหรือคาดการณ์ถึงเหตุการณ์เลวร้ายล่วงหน้าเกินจริง

วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงจากครอบครัว

การรู้ตัวก่อนว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงคือแต้มต่อที่ดีที่สุด เพราะเราจะเริ่มสังเกตตัวเองได้เร็วขึ้น หากเริ่มรู้สึกว่าความกังวลเริ่มเกินขอบเขต การปรึกษาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องของคนอ่อนแอ แต่เป็นการหาวิธีปรับจูนสมองและการจัดการความคิดผ่านการทำพฤติกรรมบำบัด หรือการใช้ยาเพื่อช่วยปรับระดับสารเคมีในสมองให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติ เปรียบเสมือนการใส่แว่นสายตาให้คนสายตาสั้น เพื่อให้เรามองเห็นโลกได้ชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องพยายามเพ่งจนล้าไปทั้งตัว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down