อาการคันและตกขาวแบบไหน ที่ควรนึกถึงโรคพยาธิในช่องคลอด?
หลายคนเวลามาหาหมอด้วยอาการตกขาวผิดปกติหรือมีอาการคันยิบๆ แถวช่องคลอด มักจะนึกถึงเชื้อราหรือแบคทีเรียเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้วมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ต้นตอของปัญหามาจากเจ้าตัวเล็กที่ชื่อว่า 'โปรโตซัว' หรือที่เรารู้จักกันในชื่อโรคพยาธิในช่องคลอด
เจ้าตัวนี้ไม่ใช่พยาธิไส้เดือนตัวยาวๆ ที่เราเคยได้ยินกันหรอกนะ แต่มันเป็นปรสิตเซลล์เดียวตัวเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ชอบอาศัยอยู่ตามเยื่อบุทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงมักจะเจอได้บ่อยกว่าคุณผู้ชาย เวลาที่มันเริ่มก่อกวน ก็จะแสดงอาการฟ้องออกมาทางร่างกายให้เราสังเกตเห็นได้ชัดเจน
สัญญาณเตือนภัยเมื่อร่างกายเริ่มติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด
ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่าน้องสาวมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ลองเช็กอาการเหล่านี้ดูว่าตรงกับที่เป็นอยู่หรือเปล่า
- ตกขาวเปลี่ยนสี: จากเดิมที่ใสหรือขาวปกติ อาจจะกลายเป็นสีเหลือง สีเขียว หรือสีเทา แถมยังมีลักษณะเป็นฟองปนอยู่ด้วย
- กลิ่นไม่พึงประสงค์: มักจะมีกลิ่นคาวปลาที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากมีเพศสัมพันธ์หรือช่วงหลังหมดประจำเดือน
- คันและแสบระคายเคือง: รู้สึกคันยุบยิบ แสบแดงบริเวณปากช่องคลอดและด้านใน บางคนอาจรู้สึกแสบขัดเวลาปัสสาวะ
- เจ็บตอนมีกิจกรรม: รู้สึกไม่สบายตัวหรือเจ็บแปลบๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์
ส่วนคุณผู้ชายที่ได้รับเชื้อนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแสดงอาการอะไรเลย บางคนอาจจะมีอาการแสบเล็กน้อยตอนปัสสาวะหรือมีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ แต่นี่แหละคือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการส่งต่อเชื้อไปมาระหว่างคู่นอนโดยไม่รู้ตัว
สาเหตุและการติดต่อที่หลายคนคาดไม่ถึง
ช่องทางหลักร้อยเปอร์เซ็นต์ของการติดเชื้อโรคพยาธิในช่องคลอดคือการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย เชื้อตัวนี้สามารถส่งผ่านจากฝ่ายชายสู่ฝ่ายหญิง หรือจากฝ่ายหญิงสู่ฝ่ายชาย หรือแม้แต่ระหว่างผู้หญิงด้วยกันเองก็ได้ทั้งนั้น
ส่วนคำถามที่ว่าติดจากห้องน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ หรือการใช้ผ้าเช่าร่วมกันได้ไหม หมอต้องบอกว่าโอกาสน้อยมากๆ เพราะเจ้าพยาบิตัวนี้ไม่ชอบสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งนอกร่างกายมนุษย์ มันชอบความชื้นแฉะมากกว่า ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นสาเหตุยืนหนึ่งที่ต้องระวังให้มากที่สุด
วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาให้หายขาด
เวลามาตรวจที่คลินิก หมอไม่ได้แค่นั่งฟังอาการอย่างเดียวนะ แต่จะต้องตรวจภายในและนำตกขาวไปส่องกล้องจุลทรรศน์ดู เจ้าตัวพยาธิพวกนี้พอมันโดนส่องกล้องปุ๊บ มันจะขยับตัวดุ๊กดิ๊กให้เห็นชัดเจนเลยว่าเป็นเชื้อตัวนี้แน่ๆ หรือบางทีอาจจะใช้วิธีส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อให้ผลแม่นยำที่สุด
ข่าวดีคือโรคนี้รักษาให้หายขาดได้ง่ายมาก หมอจะจ่ายยาฆ่าเชื้อกลุ่มนีทราโซลให้กิน ซึ่งส่วนใหญ่กินแค่โดสเดียวหรือติดต่อกันไม่กี่วันอาการก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มีข้อแม้สำคัญมากๆ ที่คนไข้ต้องจำให้ขึ้นใจเลยคือ คู่นอนก็ต้องมารักษาพร้อมกันด้วย
ถ้ากินยาคนเดียวแล้วมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเหมือนเดิมโดยที่แฟนไม่รักษา สุดท้ายเชื้อก็จะวนกลับมาติดซ้ำใหม่อีกรอบ เรียกว่ารักษาไม่จบสิ้นเสียที นอกจากนี้ในช่วงที่กำลังรักษา ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนจนกว่าจะกินยาครบและหมอนัดตรวจซ้ำว่าหายสนิทแล้วจริงๆ
การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
เมื่อรักษาหายแล้ว การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิด
- หลีกเลี่ยงคู่นอนหลายคน เพราะยิ่งเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคพยาธิในช่องคลอดก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
- รักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นให้แห้งอยู่เสมอ ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดบ่อยเกินไป เพราะจะไปทำลายสมดุลของแบคทีเรียดีที่คอยป้องกันโรคให้เรา
- หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคู่นอน ควรรีบมาพบแพทย์พร้อมกันทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง