เวลาที่นั่งคุยกับคนไข้ในห้องตรวจ หลายคนมักตกใจและกังวลมากเมื่อได้ยินคำว่าเซลล์ผิดปกติหรือรอยโรคที่ปากมดลูก ภาพของโรคร้ายแรงมักจะลอยเข้ามาในหัวทันที จนบางครั้งลืมฟังหมออธิบายไปเลยว่า จริงๆ แล้ว รอยโรคก่อนมะเร็งบริเวณปากมดลูก มันยังไม่ใช่ตัวมะเร็งนะ และที่สำคัญคือมันมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้แบบเบ็ดเสร็จก่อนที่มันจะลุกลามไปไหนไกลด้วยซ้ำ
เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนไป... แปลว่าเรากำลังจะเป็นมะเร็งแล้วหรือยัง?
คำถามนี้เป็นสิ่งแรกที่คนไข้ชอบถามหมอเสมอเมื่อผลตรวจภายในหรือผลคัดกรองมะเร็งปากมดลูกออกมาว่าพบความผิดปกติ หมออยากให้เข้าใจภาพง่ายๆแบบนี้ครับว่า รอยโรคก่อนมะเร็งบริเวณปากมดลูก มันคือช่วงเวลาที่เซลล์บริเวณผิวปากมดลูกเริ่มมีการกลายพันธุ์หรือเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาไปจากเดิม แต่ยังไม่ได้รุกรานลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียง เหมือนกับบ้านที่เริ่มมีรอยร้าวที่ผนัง ถ้าเราเห็นแล้วรีบซ่อมแซมทันที บ้านก็จะไม่พังลงมา
สาเหตุหลักเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ HPV ซึ่งเป็นเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยมากๆ เมื่อร่างกายติดเชื้อนี้เรื้อรัง ระบบภูมิคุ้มกันของเราอาจจะกำจัดมันไม่หมด ทำให้เซลล์บริเวณนั้นเกิดการอักเสบเรื้อรังและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองไปช้าๆ กินเวลาหลายปี หรือบางทีก็เป็นสิบปีกว่าจะกลายเป็นมะเร็งจริงๆ นี่จึงเป็นข้อดีว่าทำไมการตรวจภายในและการตรวจคัดกรองจึงสำคัญ เพราะมันทำให้เราจับมือเจ้าความผิดปกตินี้ได้ตั้งแต่ตอนที่มันยังเป็นแค่รอยโรคตั้งต้น
ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการตรวจคัดกรองประจำปี
หลายคนชอบคิดว่าการตรวจภายในเป็นเรื่องน่าอายหรือน่ากลัว จนหลีกเลี่ยงที่จะไปตรวจ หมออยากบอกว่าการตรวจแปปสมียร์หรือการตรวจหาเชื้อ HPV DNA นั้นช่วยชีวิตผู้หญิงมานักต่อนักแล้วครับ เพราะรอยโรคพวกนี้ในระยะแรกมักจะไม่แสดงอาการอะไรเลย เราไม่มีทางรู้ตัวเลยว่าเซลล์ข้างในกำลังเปลี่ยนไป เพราะมันไม่มีเลือดออกผิดปกติ ไม่มีอาการปวดท้องน้อย และไม่มีตกขาวที่ผิดแปลกไปจากเดิม การที่เรารอให้มีอาการแสดงออกมามักจะเป็นสัญญาณเตือนว่าโรคมันเดินทางไปไกลแล้ว ดังนั้น การตรวจคัดกรองจึงเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่ดีที่สุด
จากรอยโรคตื้นๆ สู่ระดับที่ต้องระวังให้มากขึ้น
เวลาแพทย์อ่านผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ความผิดปกติของเซลล์เหล่านี้จะถูกแบ่งออกเป็นระดับความรุนแรง เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนรักษา โดยเราจะแบ่งคร่าวๆ ให้เข้าใจง่ายดังนี้ครับ
- กลุ่มความผิดปกติระดับน้อย: เป็นช่วงที่เซลล์เพิ่งเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ส่วนใหญ่ร่างกายของคนเราสามารถกำจัดและซ่อมแซมตัวเองได้หากภูมิต้านทานดี แพทย์อาจแค่นัดมาตรวจซ้ำในอีกไม่กี่เดือนถัดไปเพื่อดูว่ามันหายไปเองไหม
- กลุ่มความผิดปกติระดับปานกลางถึงรุนแรง: ในขั้นนี้เซลล์เริ่มเปลี่ยนแปลงไปมากและมีโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้สูงขึ้นหากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา ซึ่งแพทย์มักจะแนะนำให้ทำการรักษาเฉพาะจุดเพื่อตัดวงจรไม่ให้มันลุกลามต่อไป
วิธีจัดการและรักษาเมื่อเจอเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก
เมื่อผลตรวจยืนยันแน่ชัดแล้วว่าเป็นรอยโรคก่อนมะเร็งบริเวณปากมดลูก ขั้นตอนถัดมาคือการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและแผนครอบครัวในอนาคตของตัวคนไข้เอง โดยหลักๆ จะมีแนวทางดังนี้ครับ
- การจี้ด้วยความเย็นหรือความร้อน: ใช้สำหรับรอยโรคในระดับที่ไม่รุนแรงมาก เป็นการทำลายเนื้อเยื่อบริเวณนั้นเพื่อให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ที่ปกติขึ้นมาแทนที่
- การตัดชิ้นเนื้อส่วนที่ผิดออก: เช่น การใช้ห่วงไฟฟ้าตัด หรือการตัดเป็นรูปกรวย เพื่อนำเอาเนื้อเยื่อส่วนที่มีปัญหาออกไปทั้งหมด ซึ่งวิธีนี้ข้อดีคือแพทย์จะได้นำเนื้อเยื่อนั้นไปตรวจพยาธิวิทยาอย่างละเอียดอีกรอบเพื่อความมั่นใจว่าเอาออกไปหมดจดจริงๆ
ขั้นตอนเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน และไม่เจ็บอย่างที่คิดครับ คนไข้สามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติหลังทำเสร็จ
ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากรอยโรคที่ปากมดลูก
นอกจากการไปตรวจคัดกรองสม่ำเสมอแล้ว การป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อ HPV ตั้งแต่ต้นก็เป็นสิ่งสำคัญมาก การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ตั้งแต่อายุยังน้อยหรือยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์จะช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้เยอะมาก แม้แต่คนที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ยังสามารถฉีดได้เพื่อป้องกันสายพันธุ์อื่นๆ ที่ยังไม่เคยติด นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การไม่เปลี่ยนคู่นอนหลายคน และการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ก็เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ