ช่วงนี้หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าตัวเองหงุดหงิดง่ายขึ้น โมโหร้ายกว่าปกติ หรือบางครั้งก็เผลอทำอะไรลงไปโดยไม่ทันคิดจนมานั่งเสียใจทีหลัง หลายคนคิดว่าเป็นแค่ความเครียดสะสมจากการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ในทางการแพทย์ เรื่องนี้อาจมีรากลึกกว่านั้น และเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบการทำงานในสมองส่วนที่ทำหน้าที่กลั่นกรองอารมณ์และเหตุผล
ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้มานาน ผมมักจะเจอคำถามทำทำนองว่า ทำไมเราถึงควบคุมตัวเองไม่ได้เลยเวลาโกรธ? บทความนี้เราจะมาคุยกันแบบเปิดใจและเข้าใจง่าย ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในตัวเรา และเราจะรับมือกับมันอย่างไรดี
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์
การแสดงออกของอารมณ์เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ทุกคนมีความโกรธ ความเสียใจ และความดีใจ แต่เส้นแบ่งระหว่างความรู้สึกปกติกับปัญหาการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมนั้นอยู่ที่ความรุนแรงและผลกระทบที่เกิดขึ้นรอบตัว
อาการที่มักพบได้บ่อยและควรเริ่มสังเกตตัวเอง ได้แก่
- ฟิวส์ขาดง่ายและเร็วกว่าปกติ เรื่องเล็กน้อยก็สามารถทำให้ระเบิดอารมณ์ออกมาได้
- ใช้คำพูดรุนแรงหรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวทำลายข้าวของโดยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ทัน
- รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปหลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว แต่พอเจอสถานการณ์เดิมก็กลับมาเป็นอีก
- คนรอบข้างเริ่มถอยห่างเพราะกลัวการระเบิดอารมณ์ที่ไม่คาดคิด
- มีอาการหุนหันพลันแล่น ทำอะไรโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
เบื้องหลังสมองพังชั่วคราว ทำไมเราถึงยับยั้งชั่งใจไม่ได้
เวลาที่เราเจอเรื่องมากระตุ้น สมองส่วนที่เรียกว่าอะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนระบบสัญญาณเตือนภัยและจัดการกับอารมณ์ดิบ จะทำงานอย่างรวดเร็วก่อนสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ใช้เหตุผล ยับยั้งชั่งใจ และคิดวิเคราะห์
ในคนที่เผชิญกับความเครียดเรื้อรัง พักผ่อนไม่พอ หรือมีความผิดปกติบางประการ สมองส่วนหน้าอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ระบบสกัดกั้นอารมณ์ทำงานช้ากว่าที่ควรจะเป็น ผลลัพธ์คืออารมณ์ความรู้สึกจึงพุ่งทะยานแซงหน้าเหตุผลไปไกล จนเกิดเป็นการระเบิดอารมณ์และพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ในที่สุด
ปัจจัยรอบตัวที่คอยกระตุ้นให้เราคุมอารมณ์ไม่อยู่
นอกจากเรื่องของระบบเคมีในสมองแล้ว ปัญหาการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมยังมักมีตัวการร่วมอื่นๆ ที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก เช่น
- ความเครียดสะสมเรื้อรังจากภาระหน้าที่การงานหรือปัญหาครอบครัว
- ภาวะนอนไม่หลับหรือคุณภาพการนอนหลับไม่ดีติดต่อกันหลายวัน
- โรคซึมเศร้า หรือความผิดปกติทางอารมณ์อื่นๆ ที่ซ่อนอยู่
- การใช้สารเสพติด แอลกอฮอล์ หรือแม้แต่การดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป
- ประสบการณ์สะเทือนใจในอดีตที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา
แนวทางปรับจูนสมองและฝึกทักษะการจัดการอารมณ์ในชีวิตประจำวัน
ข่าวดีคือ สมองของเรามีความสามารถในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ใหม่ได้ตลอดเวลา การฝึกฝนเทคนิคเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างเส้นทางประสาทใหม่ ทำให้เรามีเวลาคิดก่อนทำมากขึ้น
- เทคนิคหยุดสามวินาที: เมื่อรู้สึกว่าอารมณ์เริ่มร้อนขึ้น ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสามในใจก่อนจะพูดหรือตอบสนองอะไรออกไป
- การจดบันทึกอารมณ์: ลองเขียนเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ฟิวส์ขาด เพื่อมองเห็นรูปแบบและตัวกระตุ้นที่ทำให้เราควบคุมตัวเองไม่ได้
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขในสมอง
- การนอนหลับให้เพียงพอ: เพราะสมองที่ล้าคือสมองที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
เมื่อไหร่ที่ควรพาตัวเองมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
หากลองปรับพฤติกรรมด้วยตัวเองแล้ว แต่ปัญหาการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมยังคงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรือเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเองและผู้อื่น การเดินทางมาพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสุขภาพจิตใจของตนเอง
แพทย์สามารถช่วยประเมินหาสาเหตุที่แท้จริง อาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาปรับสารสื่อประสาทร่วมกับการทำจิตบำบัด เพื่อให้คุณสามารถกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตและอารมณ์ของตัวเองได้อย่างมั่น and มีความสุขอีกครั้ง