หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกด้วยความสงสัยว่า ทำไมตัวเองดื่มนมก็แล้ว กินอาหารเสริมแคลเซียมก็แล้ว แต่พอไปตรวจมวลกระดูกทีไร ผลลัพธ์ก็ยังออกมาว่ากระดูกบางอยู่ดี บางคนถึงกับบ่นว่าเสียเงินซื้อของแพงมาทานเปล่าประโยชน์หรือเปล่า
ในฐานะหมอ หมออยากบอกว่าคุณไม่ได้ทานแคลเซียมสูญเปล่าหรอกครับ แต่ปัญหาหลักคือร่างกายของคุณอาจกำลังขาดผู้ช่วยคนสำคัญที่จะพาแคลเซียมเหล่านี้เดินทางเข้าสู่กระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือวิตามินดีนั่นเอง
กินแคลเซียมเข้าไปแล้วไปไหนต่อ? ทำไมต้องพึ่งวิตามินดี
เวลาที่เราทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นปลาเล็กปลาน้อย หรือผักใบเขียว เข้าไปในร่างกาย แคลเซียมเหล่านี้จะเดินทางไปรออยู่ที่ลำไส้เล็ก แต่ปัญหาคือ ผนังลำไส้ของเราไม่ได้เปิดต้อนรับแคลเซียมให้ซึมผ่านเข้าไปในกระแสเลือดได้ง่ายๆ ตามใจชอบ
ตรงจุดนี้แหละที่วิตามินดีต้องออกโรง ความสำคัญของวิตามินดีในการช่วย เปรียบเสมือนการสร้างประตูและกุญแจที่ลำไส้เล็ก ถ้าไม่มีวิตามินดี ประตูทางเข้าจะปิดสนิท แคลเซียมที่เราอุตส่าห์กินเข้าไปก็จะถูกขับออกทางอุจจาระไปอย่างน่าเสียดาย โดยที่ร่างกายไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไรเลย
เส้นทางของแคลเซียม เมื่อมีวิตามินดีคอยนำทาง
ลองนึกภาพตามหมอนะครับ เมื่อร่างกายมีระดับวิตามินดีที่เพียงพอ วิตามินดีจะถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุลำไส้สร้างโปรตีนพิเศษขึ้นมา โปรตีนตัวนี้ทำหน้าที่เหมือนมือคอยหยิบจับแคลเซียมจากอาหารที่เรากินเข้าไป ให้ดูดซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้นถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ วิตามินดีไม่ได้ทำหน้าที่แค่ที่ลำไส้เท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมสมดุลของแคลเซียมในเลือด และคอยส่งสัญญาณบอกแคลเซียมว่าให้เดินทางไปสะสมที่กระดูกและฟัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ไม่ให้กระดูกเปราะบางแตกหักง่ายเมื่ออายุมากขึ้น
สัญญาณเตือนแบบไหน แปลว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินดี
คนไข้หลายคนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังขาดวิตามินดี เพราะอาการมันไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนในทันที แต่ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ลองสังเกตตัวเองดู:
- ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อโดยหาสาเหตุไม่ได้ โดยเฉพาะบริเวณหลัง สะโพก และขา
- รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ทั้งๆ ที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
- กระดูกเปราะ แตกหักง่าย หรือมีอาการปวดกระดูกเรื้อรัง
- แผลหายช้า หรือภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นหวัดง่ายกว่าปกติ
เติมวิตามินดีให้ร่างกายอย่างไร ให้แคลเซียมทำงานได้เต็มที่
ข่าวดีคือร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เองฟรีๆ เพียงแค่โดนแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น แต่ด้วยวิถีชีวิตคนเมืองที่ทำงานในตึกออฟฟิศ ใส่เสื้อผ้าปกมิดชิด และทาครีมกันแดดตลอดเวลา ทำให้เราพลาดโอกาสรับวิตามินดีจากธรรมชาติไปอย่างน่าเสียดาย
วิธีรับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกายในชีวิตประจำวัน
- รับแสงแดดอ่อนๆ: ออกไปโดนแดดช่วงเช้าก่อนเก้าโมง หรือช่วงเย็นหลังสี่โมงเย็น ครั้งละประมาณ 10-15 นาที โดยไม่ต้องทาครีมกันแดดบริเวณแขนและขา เพื่อให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีได้อย่างเต็มที่
- เลือกทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง: เช่น ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน ปลาทูน่า ไข่แดง (โดยเฉพาะส่วนไข่แดง) และเห็ดบางชนิดที่โดนแดด
- ปรึกษาแพทย์เรื่องอาหารเสริม: หากตรวจเลือดแล้วพบว่ามีระดับวิตามินดีต่ำมากๆ การทานวิตามินดีเสริมในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลดี
ท้ายที่สุดนี้ การดูแลกระดูกให้แข็งแรงไม่ได้จบลงแค่การเลือกกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่างเดียวนะครับ แต่เราต้องใส่ใจเรื่องการดูดซึมด้วย หากขาดวิตามินดีไป แคลเซียมชั้นดีแค่ไหนก็ไร้ความหมาย เริ่มต้นหันมาดูแลตัวเองโดนแดดอ่อนๆ และเช็กระดับวิตามินดีประจำปี เพื่อกระดูกที่แข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆ ครับ