เวลาเดินออกจากห้องน้ำแล้วก้มมองโถส้วม หลายคนอาจจะแคล้วคลาดผ่านเลยไป แต่สำหรับคนที่กำลังดูแลตัวเองหรือคนในครอบครัวที่เป็นโรคตับแข็งหรือตับอักเสบเรื้อรังอยู่ การเหลือบมองสีของอุจจาระสักนิดถือเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เลยครับ เพราะในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้โรคตับมานาน ผมมักจะบอกคนไข้อยเสมอว่า ลำไส้และห้องน้ำคือหน้าต่างบานสำคัญที่ช่วยฟ้องความผิดปกติของตับได้ดีแบบไม่ต้องเจาะเลือดทุกครั้ง
หลายคนอาจสงสัยว่า ตับที่อยู่แถวชายโครงขวาบน มันไปเกี่ยวอะไรกับของเสียสีน้ำตาลที่เราขับถ่ายออกมา? คำตอบคือตับมีหน้าที่ผลิตน้ำดี ซึ่งเจ้าน้ำดีนี่แหละคือตัวการหลักที่ทำให้อุจจาระของเรามีสีน้ำตาลตามปกติ พอตับเริ่มพัง ไม่ว่าจะเป็นจากภาวะตับอักเสบเรื้อรังที่ปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นตับแข็ง การทำงานที่เคยดีเยี่ยมก็เริ่มรวน การหลั่งน้ำดีจึงผิดเพี้ยนไป ส่งผลให้หน้าตาและสีสันของอุจจาระเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เช็กด่วน อุจจาระสีซีดเหมือนดินน้ำมัน แปลว่าอะไรทำไมต้องรีบมอง
อาการแรกที่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงและอันตรายที่สุดสำหรับคนไข้โรคตับคือ อุจจาระกลายเป็นสีซีดขาว สีเทา หรือสีคล้ายดินน้ำมันและผงแป้งครับ ภาวะนี้ทางการแพทย์เรียกว่าอุจจาระไร้น้ำดี (Acholic stool)
กลไกคือเมื่อท่อน้ำดีอุดตัน หรือเนื้อตับถูกแทนที่ด้วยพังผืดจนตับแข็ง น้ำดีจึงไม่สามารถไหลลงสู่ลำไส้ได้ตามปกติ สีน้ำตาลตามธรรมชาติจึงหายไป กลายเป็นอุจจาระสีซีดออกขาว ถ้าใครกำลังรักษาโรคตับอยู่แล้วเจออุจจาระสีนี้ติดต่อกันเกินสองวัน ห้ามรอดูอาการเด็ดขาด เพราะนั่นแปลว่าตับหรือท่อน้ำดีกำลังมีปัญหาใหญ่ที่ต้องให้หมอตรวจเช็กด่วน
ระวังอุจจาระสีดำปี๋เหมือนยางมะตอย เลือดออกในทางเดินอาหารที่คนเป็นโรคตับต้องกลัว
อีกหนึ่งความผิดปกติที่พบบ่อยและอันตรายไม่แพ้กันคือ อุจจาระสีดำสนิท มีลักษณะเหนียวข้นเหมือนยางมะตอย หรือที่หมอชอบเรียกว่าอุจจาระดำคล้ายถ่ายก้อนถ่าน (Melena)
สำหรับคนที่เป็นโรคตับแข็ง ความดันในเส้นเลือดดำที่ไปเลี้ยงตับมักจะสูงขึ้น ส่งผลให้เส้นเลือดขอดในหลอดอาหารและกระเพาะอาหารโป่งพองและพร้อมจะแตกได้ตลอดเวลา เมื่อเส้นเลือดเหล่านี้แตก เลือดจะไหลผ่านทางเดินอาหารส่วนบน และเมื่อเลือดทำปฏิกิริยากับน้ำย่อย มันจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทก่อนจะถูกขับถ่ายออกมา ถ้าสังเกตว่าอุจจาระดำปี๋แถมยังมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรงร่วมกับอาการหน้ามืดวิงเวียน รีบมาโรงพยาบาลทันทีเพราะนี่คือภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารเฉียบพลัน
อุจจาระมีเลือดสดปนสัญญาณจากริดสีดวงหรือภาวะแทรกซ้อนตับ
บางครั้งคนไข้โรคตับอาจจะตกใจเมื่อเห็นอุจจาระมีเลือดสีแดงสดปนออกมา อาการนี้ส่วนใหญ่มักจะมาจากโรคขอบทวารหนักเช่นริดสีดวงทวาร ซึ่งพบได้บ่อยขึ้นในผู้ป่วยโรคตับแข็งเนื่องจากแรงดันในช่องท้องที่สูงขึ้น แต่ก็ประมาทไม่ได้ครับ เพราะหากมีเลือดสดปนปริมาณมากและร่วมกับการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติจากภาวะตับวาย ก็อาจอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน ดังนั้นการสังเกตให้แน่ชัดว่าเลือดเคลือบนอกก้อนหรือปนอยู่ข้างในจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
ทำไมผู้ป่วยโรคตับถึงมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือดและสีอุจจาระเปลี่ยน
นอกจากเรื่องน้ำดีแล้ว ตับยังทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด เมื่อเนื้อตับถูกทำลายจากภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับจะสร้างสารเหล่านี้ได้น้อยลง เลือดจึงหยุดยากขึ้น หากมีแผลเล็กๆ ในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ คนทั่วไปอาจจะมีเลือดออกนิดหน่อยแล้วหยุดเอง แต่สำหรับคนเป็นโรคตับ เลือดอาจจะไหลซึมต่อเนื่องจนทำให้อุจจาระกลายเป็นสีดำเข้มได้ง่ายกว่าคนปกติหลายเท่า
เมื่อไหร่ที่ควรพาคนไข้โรคตับไปพบแพทย์ทันทีไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด
หากคุณหรือคนในครอบครัวเป็นโรคตับแข็งหรือตับอักเสบเรื้อรังอยู่ แล้วพบความผิดปกติดังต่อไปนี้ ขอให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วนครับ
- อุจจาระเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวหรือสีเทาเหมือนดินน้ำมัน
- อุจจาระมีสีดำสนิทคล้ายยางมะตอย แม้ว่าจะไม่ได้กินยาธาตุเหล็กก็ตาม
- มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น ร่วมกับการถ่ายอุจจาระผิดปกติ
- มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองร่วมด้วยอย่างเห็นได้ชัด
- ปวดท้องรุนแรงร่วมกับการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป
การหมั่นสังเกตสิ่งขับถ่ายในห้องน้ำทุกวันไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ แต่เป็นเกราะป้องกันชีวิตที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคตับ เพราะทุกเฉดสีที่เปลี่ยนไปคือเสียงสะท้อนจากตับที่กำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเราครับ