ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อไม่กี่วันก่อน หมอมีโอกาสได้รักษาคนไข้เด็กมัธยมคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนเล่นพิเรนทร์ด้วยการแอบดึงเก้าอี้ออกขณะกำลังจะนั่ง ผลลัพธ์คือการล้มก้นกระแทกพื้นอย่างรุนแรงและมีอาการปวดระบมไปทั้งตัว หลายคนอาจมองว่าการเล่นแบบนี้เป็นแค่เรื่องสนุกสนานในวัยเด็ก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบทางกายอย่าง อาการเคล็ดขัดยอกจากการกลั่นแกล้ง หรือการเล่นที่รุนแรงเกินขอบเขตนั้นสร้างความเจ็บปวดและอันตรายมากกว่าที่คิด

ในฐานะหมอที่เจอเคสแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง หมออยากจะชวนทุกคนมารู้จักวิธีสังเกตอาการ วิธีปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง และสิ่งสำคัญที่คนรอบข้างไม่ควรมองข้ามเมื่อเด็กๆ ต้องเจอกับสถานการณ์นี้

เมื่อการเล่นสนุกเกินขอบเขต กลายเป็นอาการบาดเจ็บที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

เวลาที่เด็กๆ โดนแกล้ง ไม่ว่าจะเป็นการผลัก การดึงเก้าอี้ การขัดขาให้ล้ม หรือการยื้อแย่งสิ่งของอย่างรุนแรง ร่างกายมักจะไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับล่วงหน้า ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นถูกกระชากหรือบิดหมุนอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บตามมาได้ง่ายมาก

โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยมักจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือ

  • ข้อต่อเคล็ด (Sprain): เกิดจากการที่เส้นเอ็นยึดข้อต่อถูกดึงรั้งหรือฉีกขาดจากการบิดหมุนที่ผิดท่า พบบ่อยบริเวณข้อเท้า ข้อมือ และข้อเข่า
  • กล้ามเนื้อยอก (Strain): เกิดจากกล้ามเนื้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อถูกยืดออกมากเกินไปจากการล้มหรือกระแทกกะทันหัน มักพบบ่อยบริเวณแผ่นหลัง สะโพก และต้นคอ

เช็กอาการบาดเจ็บเบื้องต้น: เคล็ดขัดยอกธรรมดา หรือมีอะไรหักข้างใน?

หลังจากเกิดเหตุการณ์โดนกลั่นแกล้งจนล้มหรือกระแทก สิ่งแรกที่ต้องทำคือการประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ หมอแนะนำให้สังเกตอาการตามเช็กลิสต์ต่อไปนี้

อาการที่มักพบในภาวะเคล็ดขัดยอกทั่วไป

  • มีอาการปวดตื้อๆ หรือปวดแปลบเมื่อขยับข้อต่อที่ได้รับบาดเจ็บ
  • เริ่มมีอาการบวมแดงหรือผิวหนังบริเวณนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำ
  • ยังพอลงน้ำหนักหรือขยับเขยื้อนอวัยวะส่วนนั้นได้บ้าง แม้จะรู้สึกเจ็บ

ปฐมพยาบาลอย่างไรดี? สูตรดูแลตัวเองง่ายๆ หลังโดนแกล้งจนบาดเจ็บ

หากประเมินแล้วว่าอาการไม่รุนแรงถึงขั้นกระดูกหัก การดูแลตัวเองในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกมีความสำคัญมากที่สุดในการช่วยลดกระบวนการอักเสบ หมอขอแนะนำให้จำหลักการจำง่ายๆ ที่เรียกว่า R-I-C-E ไปปรับใช้ดังนี้

  • Rest (พักการใช้งาน): หยุดทำกิจกรรมทุกอย่างทันที อย่าพยายามฝืนเดินหรือขยับส่วนที่เจ็บ เพราะจะยิ่งทำให้เส้นเอ็นฉีกขาดเพิ่มขึ้น
  • Ice (ประคบเย็น): ใช้ถุงน้ำแข็งหรือเจลเย็นประคบบริเวณที่ปวดบวมครั้งละ 15-20 นาที ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ห้ามนำน้ำแข็งสัมผัสผิวหนังโดยตรงเด็ดขาด ให้ใช้ผ้าขนหนูห่อก่อนเสมอเพื่อป้องกันผิวไหม้จากความเย็น
  • Compression (พันผ้าพยุง): ใช้ผ้ายืดพันรอบบริเวณที่บาดเจ็บเพื่อช่วยลดอาการบวมและจำกัดการเคลื่อนไหว โดยพันให้กระชับพอดี ไม่ควรพันแน่นจนเกินไปจนทำให้ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำหรือชา
  • Elevation (ยกส่วนที่เจ็บให้สูง): พยายามหนุนอวัยวะส่วนที่บาดเจ็บ เช่น ขาหรือแขน ให้สูงกว่าระดับหัวใจ โดยเฉพาะเวลานอน เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับได้ดีขึ้นและลดอาการบวม

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการ

หลายครั้งที่ผู้ปกครองหรือครูคิดว่าเป็นเพียงแค่อาการฟกช้ำธรรมดาจึงปล่อยทิ้งไว้ แต่มีบางสัญญาณเตือนอันตรายที่บ่งบอกว่าอาจมีกระดูกหักหรือเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง ซึ่งต้องรีบพามาพบหมอโดยด่วน

  • ได้ยินเสียงลั่นดัง "ก๊อบ" ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
  • อวัยวะส่วนนั้นบิดเบี้ยว ผิดรูปทรง หรือสั้นยาวไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด
  • ไม่สามารถลงน้ำหนักตัว หรือไม่สามารถขยับอวัยวะส่วนนั้นได้เลยแม้แต่น้อย
  • มีอาการชา ปลายมือปลายเท้าเย็น หรือผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง
  • อาการปวดบวมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะทำการปฐมพยาบาลและกินยาแก้ปวดแล้วก็ไม่ทุเลา

มากกว่ารอยช้ำบนผิวหนัง: มองลึกถึงผลกระทบทางใจที่ต้องช่วยกันเยียวยา

ในฐานะแพทย์ หมอไม่ได้มองแค่รอยฟกช้ำหรือเส้นเอ็นที่อักเสบเท่านั้น เพราะบาดแผลที่เกิดจากการกลั่นแกล้งมักทิ้งร่องรอยลึกไว้ในใจของเด็กเสมอ การที่เด็กคนหนึ่งต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางกายจากการกระทำของเพื่อน อาจส่งผลให้เกิดความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือหวาดกลัวการไปโรงเรียน

ดังนั้น นอกเหนือจากการรักษาทางกายด้วยยาและการทำกายภาพบำบัดแล้ว คุณพ่อคุณแม่และคุณครูจำเป็นต้องร่วมมือกันเยียวยาจิตใจของเด็กด้วย การรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่มองข้ามปัญหา และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยรอบตัวเด็ก จะช่วยให้พวกเขาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจกลับมาแข็งแรงได้อย่างแท้จริง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down