ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot

ทำไมการติดตามอาการระยะยาวเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งตับ ถึงเป็นเรื่องที่คนกลุ่มเสี่ยงห้ามมองข้าม

ตับอักเสบเรื้อรังไม่ใช่เรื่องไกลตัว และความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็ง

หลายคนมักเข้าใจว่าตับเป็นอวัยวะที่อดทนและแข็งแรงมาก จนกว่าจะแสดงอาการผิดปกติออกมา ตับก็อาจเสียหายไปมากแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่มีภาวะไขมันพาะตับจนเกิดการอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ติดตามอย่างใกล้ชิด เซลล์ตับที่ถูกทำลายซ้ำๆ จะเกิดการซ่อมแซมตัวเองจนกลายเป็นพังผืด และเปลี่ยนสภาพไปเป็นมะเร็งในที่สุด

การติดตามอาการระยะยาวเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งตับ ทำไมต้องทำสม่ำเสมอ

หัวใจสำคัญของการป้องกันคือ การตรวจพบความเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุดก่อนที่มะเร็งจะลุกลาม การติดตามอาการระยะยาวเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งตับ ไม่ใช่แค่การตรวจเลือดดูค่าเอนไซม์ตับเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างตับและการทำงานของตับในภาพรวม เพื่อให้หมอสามารถประเมินความเสี่ยงได้ว่า ณ ปัจจุบันตับกำลังส่งสัญญาณเตือนเรื่องพังผืดหรือก้อนเนื้อหรือไม่

ใครบ้างที่ต้องเข้าโปรแกรมตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ

หากคุณอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ หมอแนะนำว่าควรมีตารางนัดตรวจติดตามอาการอย่างเคร่งครัด:

  • ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งตับ
  • ผู้ที่มีภาวะตับแข็งจากสาเหตุต่างๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์สะสม หรือไขมันพอกตับชนิดที่มีการอักเสบ
  • ผู้ที่มีค่าตับแกว่งหรือผิดปกติเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

วิธีการตรวจติดตามที่หมออยากให้เข้าใจตรงกัน

โดยปกติแล้ว หมอจะไม่ได้ตรวจแค่เลือด แต่จะใช้วิธีที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของตับได้ชัดเจนขึ้น ได้แก่:

  • การเจาะเลือดตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ: หรือที่เรียกกันว่าค่า AFP เพื่อดูว่ามีแนวโน้มความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • การทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน: เพื่อดูรูปร่าง ผิวตับ และหาความผิดปกติหรือก้อนเนื้อที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด
  • การตรวจวัดความยืดหยุ่นของตับ: เพื่อประเมินระดับพังผืดในตับ ช่วยให้คาดการณ์ความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้แม่นยำขึ้น

ดูแลตับตั้งแต่วันนี้ดีกว่าการรักษาในวันที่สายเกินไป

การหมั่นสังเกตอาการตัวเอง เช่น มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือน้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ คือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาพบหมอ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันผ่านการตรวจติดตามตามนัดหมาย การที่เราตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้นมักจะรักษาได้ง่ายกว่าและมีโอกาสหายขาดสูงกว่ามาก อย่ารอให้มีอาการหนักจนแสดงออกทางร่างกาย เพราะตอนนั้นตับอาจจะไม่เหลือพื้นที่ให้เราแก้ไขแล้ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down