ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

วินาทีหัวใจหล่นวูบเมื่อเห็นรอยเลือดในผ้าอ้อมของลูกน้อย

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ คงไม่มีอะไรน่าตกใจไปกว่าการเปิดผ้าอ้อมของลูกน้อยขึ้นมาแล้วพบรอยสีแดงเข้มหรือเส้นเลือดปนออกมากับอุจจาระ ความตื่นตระหนกและความกังวลมักจะเกิดขึ้นทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะทารกยังพูดไม่ได้และไม่อาจบอกเราได้ว่าพวกเขากำลังเจ็บปวดตรงไหน

ในฐานะหมอเด็ก หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่สูดหายใจเข้าลึกๆ และตั้งสติก่อนเป็นอันดับแรก แม้อาการอึปนเลือดในทารกจะเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการใส่ใจและหาสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรงที่อันตรายถึงชีวิต การเรียนรู้วิธีสังเกตและแยกแยะอาการเบื้องต้นจะช่วยให้เราสามารถดูแลลูกได้อย่างถูกวิธีและส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากให้กับแพทย์เมื่อไปโรงพยาบาล

วิธีตรวจเช็กอาการและแยกแยะประเภท: เลือดแบบไหนบอกอะไรเราได้บ้าง?

การประเมินอาการและแยกแยะประเภทของเลือดปนอุจจาระในทารกมีความสำคัญอย่างมาก เพราะลักษณะของเลือดที่ปรากฏ ร่วมกับอาการแสดงอื่นๆ ของลูก จะเป็นกุญแจสำคัญที่บ่งบอกถึงสาเหตุและระดับความรุนแรง หมออยากชวนมาแยกแยะลักษณะของเลือดออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1. อึแข็งจนก้นฉีก: แผลที่ขอบทวารหนักตัวการยอดฮิต

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าเลือดที่ปนออกมามีลักษณะเป็นสีแดงสด เป็นเส้นเล็กๆ เคลือบอยู่ภายนอกก้อนอุจจาระ หรือเห็นเป็นรอยซึมบนกระดาษทิชชูเปียกหลังจากเช็ดก้นให้ลูก โดยที่ตัวอุจจาระค่อนข้างแข็ง เป็นก้อนกลม หรือลูกต้องออกแรงเบ่งอย่างมากจนหน้าดำหน้าแดง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากแผลปริที่ขอบทวารหนัก ซึ่งเกิดจากการที่อุจจาระที่แข็งและใหญ่เกินไปครูดกับผิวหนังที่บอบบางรอบรูทวารจนเกิดแผลขนาดเล็ก

2. ลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหาร: เมื่อโปรตีนนมวัวหรืออาหารที่คุณแม่กินทำพิษ

ในทารกกลุ่มที่กินนมแม่ล้วนหรือนมผง หากพบว่ามีมูกเลือดปนในอุจจาระ ลักษณะเหมือนเยลลี่สีแดง หรือมีหยดเลือดปนมากับอึที่เหลวมีมูก โดยที่ลูกไม่มีไข้ ร่าเริงดี น้ำหนักตัวขึ้นดี แต่อาจมีอาการแหวะนมบ่อย มีผื่นแพ้ตามผิวหนัง หรือท้องอืดร่วมด้วย อาการแบบนี้มักชี้ไปที่ภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้โปรตีนแปลกปลอม ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดคือการแพ้โปรตีนนมวัว (หรือโปรตีนจากอาหารอื่นที่คุณแม่ส่งผ่านทางน้ำนม) ส่งผลให้เยื่อบุลำไส้เกิดการอักเสบและมีเลือดซึมออกมาปนกับมูกในอุจจาระ

3. ติดเชื้อในทางเดินอาหาร: เมื่อเชื้อโรคทำร้ายลำไส้เล็กๆ

หากลูกมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำบ่อยครั้ง อุจจาระมีกลิ่นเหม็นคาว จัด มีมูกและเลือดปนกระจายอยู่ทั่วไปในเนื้ออุจจาระ ร่วมกับมีไข้ งอแง ดูไม่สบายตัว ท้องอืด หรือมีอาการอาเจียนร่วมด้วย อาการลักษณะนี้มักเกิดจากการติดเชื้อในลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้ผนังลำไส้เกิดการอักเสบและสูญเสียหน้าที่ในการดูดซึมน้ำและสารอาหาร

4. ภาวะลำไส้กลืนกัน: สัญญาณอันตรายที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่พบได้ไม่บ่อยนักแต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากลูกมีอาการร้องไห้งอแงอย่างรุนแรงเป็นพักๆ ทุก 15-20 นาที สลับกับช่วงที่สงบนิ่งและดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ร่วมกับมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง และอึออกมามีลักษณะเป็นมูกสีแดงคล้ำคล้ายเยลลี่กระเจี๊ยบ แตกต่างจากเลือดแดงสดทั่วไป อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงภาวะลำไส้กลืนกัน ซึ่งต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

เช็กลิสต์ง่ายๆ ช่วยคุณพ่อคุณแม่ประเมินอาการเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์

เมื่อตรวจพบรอยเลือดในอึของลูก หมอแนะนำให้จดบันทึกและสังเกตสิ่งเหล่านี้ เพื่อนำข้อมูลไปแจ้งกับแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัยทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

  • สีของเลือด: เป็นสีแดงสดเคลือบอยู่ด้านนอก หรือเป็นสีแดงคล้ำผสมอยู่เนื้อเดียวกับอุจจาระ?
  • ลักษณะอุจจาระ: เป็นก้อนแข็ง เป็นมูกเหนียว เป็นน้ำเหลว หรือมีลักษณะคล้ายเยลลี่?
  • ความถี่ในการขับถ่าย: ลูกถ่ายบ่อยกว่าปกติ หรือไม่ได้ถ่ายมาหลายวันจนท้องผูก?
  • อาการทางร่างกายอื่นๆ: ลูกมีไข้ ร้องกวน ท้องอืด อาเจียน หรือเบื่ออาหารร่วมด้วยหรือไม่?
  • พฤติกรรมการกิน: เพิ่งมีการเปลี่ยนสูตรนมผง เริ่มอาหารเสริมชนิดใหม่ หรือคุณแม่ที่ให้นมบุตรเพิ่งทานอาหารกลุ่มเสี่ยงมาหรือไม่?

คำแนะนำเพิ่มเติมจากหมอ: การใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปอึของลูกในผ้าอ้อมเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปให้แพทย์ดู เป็นวิธีที่ช่วยในการประเมินอาการได้ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

อาการร่วมแบบไหนที่บอกว่าควรอุ้มลูกไปโรงพยาบาลทันที?

แม้ว่าการประเมินอาการและแยกแยะประเภทจะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้น แต่หากคุณพ่อคุณแม่พบสัญญาณเตือนหรืออาการร่วมดังต่อไปนี้ ไม่ควรรอช้า และต้องพาลูกน้อยไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันที

  • ลูกมีไข้สูง และดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมเล่น ไม่สบตา
  • มีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง หรืออาเจียนออกมาเป็นน้ำสีเขียวปนเหลือง
  • ลูกร้องไห้จ้า สลับซึมเป็นพักๆ โดยไม่มีสาเหตุ และดูเจ็บปวดบริเวณท้องอย่างมาก
  • มีเลือดสดไหลออกมาจากทวารหนักในปริมาณมาก หรือถ่ายเป็นเลือดล้วนๆ ไม่มีเนื้ออุจจาระปน
  • มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา หรือปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (ผ้าอ้อมไม่เปียกนานกว่า 6 ชั่วโมง)

การเข้าใจกลไกและธรรมชาติของร่างกายทารก จะช่วยลดความตระหนกตกใจลงได้มาก เมื่อเราสามารถประเมินอาการเบื้องต้นได้อย่างถูกวิธี เราก็จะสามารถดูแลและปกป้องลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงทีเสมอ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ