ท้องเสีย ปวดท้อง บิดเกร็งแบบนี้... แค่อาหารเป็นพิษหรือเปล่า?
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียสลับท้องผูก มีมูกเลือดปน หรือน้ำหนักลดฮวบโดยไม่ทราบสาเหตุ หลายคนมักคิดว่าตัวเองแค่อาหารเป็นพิษเรื้อรัง หรือคิดว่าเป็นโรคกระเพาะ ลำไส้แปรปรวนทั่วไป แต่ถ้าอาการเหล่านี้เป็นๆ หายๆ นานแรมเดือนหรือเป็นปี นั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเผชิญกับ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง อยู่หรือเปล่า
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังคืออะไร และต่างจากลำไส้แปรปรวนอย่างไร?
หลายคนมักสับสนระหว่างโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า IBD (Inflammatory Bowel Disease) กับโรค โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง แบบลำไส้แปรปรวน (IBS) ต้องบอกให้เคลียร์ตรงนี้เลยว่ามันคนละโรคกันเลย
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) จะมีความรุนแรงกว่ามาก เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ หันไปโจมตีเยื่อบุทางเดินอาหารของตัวเองจนเกิดแผลอักเสบเรื้อรัง ลุกลาม และสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อลำไส้ โดยโรคในกลุ่มนี้หลักๆ จะแบ่งออกเป็นสองโรคย่อยคือ โรคโครน (Crohn's Disease) ที่สามารถอักเสบได้ตั้งแต่ปากยันทวารหนัก และโรคแผลอักเสบเรื้อรังที่ลำไส้ใหญ่ (Ulcerative Colitis) ที่มักเกิดบริเวณลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
สัญญาณเตือนภัยในห้องน้ำที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด
อาการของ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มักจะมาแบบเงียบเชียบแต่สร้างความทรมานในชีวิตประจำวันอย่างมาก อาการที่หมออยากให้สังเกตตัวเองมีดังนี้:
- ท้องเสียเรื้อรัง: ถ่ายเหลวติดต่อกันนานเกิน 4 สัปดาห์ บางครั้งมีมูกหรือเลือดปนออกมาด้วย
- ปวดท้องรุนแรง: มักมีอาการปวดเกร็งบริเวณท้องน้อยหรือรอบสะดือ โดยเฉพาะเวลาก่อนขับถ่าย
- เหนื่อยเพลียและซีด: เกิดจากการเสียเลือดเรื้อรังในลำไส้ ทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กและเกิดภาวะโลหิตจาง
- น้ำหนักลดโดยไม่รู้สาเหตุ: กินข้าวได้ปกติแต่น้ำหนักฮวบลงเรื่อยๆ เพราะลำไส้ดูดซึมสารอาหารไม่ได้
- มีไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลีย: ร่างกายอยู่ในภาวะอักเสบตลอดเวลาทำให้รู้สึกไม่สบายตัวอยู่เสมอ
ทำไมภูมิคุ้มกันถึงหันมาทำร้ายลำไส้ของเราเอง?
ในมุมมองทางการแพทย์ ปัจจุบันเรายังไม่เจอสาเหตุที่แน่ชัดว่าอะไรคือตัวจุดชนวน โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง แต่เราพบว่ามันเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งพันธุกรรมที่มีคนในครอบครัวเคยเป็น การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ รวมถึงปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ หรือการรับประทานอาหารบางประเภทที่อาจไปกระตุ้นการอักเสบในลำไส้
วิธีรักษาจากหมอ: ควบคุมอาการให้อยู่หมัดเพื่อให้ใช้ชีวิตได้ปกติ
ข่าวดีคือแม้ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง จะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้แบบเบ็ดเสร็จ แต่เราสามารถควบคุมโรคให้อยู่ในระยะสงบได้ เพื่อไม่ให้ลำไส้ถูกทำลายไปมากกว่าเดิม การรักษาจะเน้นไปที่การใช้ยาเพื่อลดการอักเสบ ปรับภูมิคุ้มกัน และยาชีววัตถุที่ตรงจุด ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเลือกรับประทานอาหาร ในบางเคสที่อาการรุนแรงหรือมีภาวะลำไส้ทะลุ อาจจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดร่วมด้วย
ปรับพฤติกรรมดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อต้องอยู่ร่วมกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
การดูแลตัวเองนอกเหนือจากการกินยาตามหมอสั่งคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสที่โรคจะกำเริบ:
- เลือกกินอาหารย่อยง่าย: หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของมัน ของทอด นมวัว หรืออาหารที่มีกากใยสูงมากๆ ในช่วงที่โรคกำลังกำเริบ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปจากการขับถ่ายบ่อย
- จัดการความเครียด: ความเครียดเชื่อมโยงโดยตรงกับระบบทางเดินอาหาร ลองหาเวลาพักผ่อน นั่งสมาธิ หรือออกกำลังกายเบาๆ
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์: สารเหล่านี้กระตุ้นให้ลำไส้อักเสบรุนแรงขึ้นได้
หากคุณกำลังเผชิญกับอาการท้องเสียเรื้อรัง ปวดท้องบิด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ อย่าปล่อยไว้จนเรื้อรัง รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด เพราะการรู้เร็วและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยปกป้องลำไส้ของคุณให้กลับมาแข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง